ัดการเรื่องนี้ให้ดี
เพราะนี้แสดงให้เห็นว่านางยอมรับในตัวเขา
……
……
ถงหลูเดินทางไปยังทะเลตะวันตก จากนั้นซูจึเย่ค่อยออกเดิมทางตามไป เผยไป๋ฟ่าผู้เป็นเจ้าสำนักอู๋เอินเหมินก็ไม่รู้ว่าไปแอบซ่อนตัวรอเวลาลงมืออยู่ที่ไหน
ในสวนผักของสำนักฌานเป่าทงเหลือเพียงเหอจานและถงเหยียนสองคน
“ปีใหม่แล้ว!”
เหอจานกล่าวอย่างหงุดหงิด “หรือต้องรอจนเอากวางตุ้งก้านแดงออกไปขายที่ตลาดจริงๆ นางถึงจะให้ข้าไปได้?”
ถงเหยียนนั่งมองดูกระดานหมากล้อมอยู่ริมหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงการสนทนาเมื่อหลายวันก่อนพร้อมทั้งพยายามคาดเดาตัวตนที่แท้จริงของกั้วตง จึงมิได้ฟังเสียงบ่นของเขาเลย
เหอจานเดินมาหาเขาพลางกล่าวว่า “ข้าถูกผู้อาวุโสจับตาดูอยู่ แล้วทำไมเจ้าถึงไม่กลับไปเขาอวิ๋นเมิ่ง?”
ถงเหยียนวางหมากลง สายตาทอดมองออกไปยังเศษหิมะนอกหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงศิษย์น้องที่อยู่ในภูเขา นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
……
……
บนจุดที่สูงที่สุดของเขาอวิ๋นเมิ่ง
ทะเลหมอกที่อยู่ด้านนอกหน้าผาเป็นสีขาวราวที่ราบหิมะ
ไป๋เจ่าดึงสายตากลับมา ไม่ไปครุ่นคิดถึงเรื่องราวในที่ราบหิมะเหล่านั้นอีก จากนั้นเอาจานผลไม้และไหสุราวางเอาไว้บนโต๊ะ
สำนักจงโจวและสำนักชิงซานนั้นไม่เหมือนกัน สำนักจงโจวมีการติดต่อกับโลกภายนอกมากกว่า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบก็มีจำนวนมากกว่า
ทุกปีเมื่อถึงปีใหม่ สองสามีภรรยาเจ้าสำนักจะออกมาจากถ้ำ มากินข้าวกับบุตรสาวที่ตนเองรักที่สุด
และนี่ก็เป็นเพียงโอกา