การฝึกกระบี่ของจิ๋งจิ่วในชีวิตใหม่นี้ เรียกได้ว่าไหลลื่นไปตามสถานการณ์ ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นกรงต่ออุปสรรคใดๆ
หลังบรรลุสภาวะรักษาจิตที่ค่อนข้างยากลำบากและอาศัยแค่เพียงเวลาไปแล้ว หากเขายังคงทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ ต่อให้เป็นเจ้าล่าเยวี่ย ก็ไม่แน่ว่าจะบรรลุสภาวะขั้นคเนจรได้เร็วกว่าเขา
แต่ในตอนที่สภาวะขั้นสมความนึกคิดสมบูรณ์ และเตรียมจะบรรลุเข้าสู่ขั้นมิประจักษ์ เขาก็ได้รับรู้ถึงปัญหานี้ล่วงหน้าแล้ว
ดังนั้นเขาจึงลังเลอยู่นานว่าจะบรรลุเข้าสู่ขั้นมิประจักษ์เมื่อไรดี ท่องอยู่ในโลกด้านนอกกับเจ้าล่าเยวี่ยสามปีก็ยังไม่อาจตัดสินใจได้
จนกระทั่งในงานชุมนุมทดสอบกระบี่ของชิงซาน เส้นลมปราณของหลิ่วสือซุ่ยถูกตัดขาด จากนั้นถูกขับออกจากสำนัก ในที่สุดเขาจึงทำการตัดสินใจออกมา แล้วก็เป็นการยืนยันว่าการคาดเดาของตนก่อนหน้านี้นั้นถูกต้อง
จริงอยู่ที่เขาบรรลุเข้าสู่สภาวะขั้นมิประจักษ์ได้อย่างราบรื่น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เขาไม่สามารถเอากระบี่เก็บเข้าไปในร่างกายได้ เขาทำได้เพียงเอามันห่อผ้าแล้วสะพายเอาไว้ด้านหลัง
ภายในการประลองวิถีพิณของงานชุมนุมเหมยฮุ่ย ผู้บำเพ็ญพรตหลายคนเห็นภาพเขาสะพายกระบี่เอาไว้ด้านหลัง ทุกคนต่างรู้สึกตกใจ ถงหลูเคยเยาะเย้ยเขา ไหนเลยจะรู้ว่าเขาจำเป็นต้องทำเช่นนี้
จิ๋งจิ่วย่อมเข้าใจเหตุผล เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าหากจะบรรลุเข้าสู่ขั้นคเนจร ปัญหานี้มันจะกลายเป็นปัญหาที่ยุ่งยากขึ้นมาจริงๆ
จากมิประจัก