ิงซาน
ฟางจิ่งเทียนกล่าวว่า “ศิษย์พี่ทั้งสองไม่อาจข้ามด่านความตายได้ พวกเขาก็น่าจะเข้าใจความทุกข์ของอาจารย์ในตอนนั้น ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่รู้สึกเสียใจ”
อินเฟิ่งกล่าว “เรื่องเหล่านี้พูดไปก็ไร้ความหมาย นอกเสียจากเจ้าจะพาหยวนฉีจิงมาคุกเข่าสาบานต่อหน้าป้ายบรรพจารย์ได้”
ฟางจิ่งเทียนกล่าว “นี่ไม่สำคัญ ข้าคิดว่าตอนนี้เจ้าน่าจะเชื่อว่าแล้วว่าเขามิใช่จิ่งหยาง”
อินเฟิ่งกล่าว “ข้าไม่รู้ว่าที่เจ้าบอกว่าน่าจะ มันหมายความว่าอย่างไร”
ฟางจิ่งเทียนกล่าว “ในอดีตเขาอาศัยอยู่บนยอดเขาซั่งเต๋อมานานขนาดนั้น ต่อให้ตอนนี้สภาวะจะต่ำต้อย แล้วจะเป็นไปได้ยังไงที่จะเข้าไปในคุกกระบี่ไม่ได้?”
อินเฟิ่งแค่นหัวเราะ พลางกล่าว “เด็กสองคนนั้นเป็นแค่วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ เจ้าถูกหลอกแล้ว”
ฟางจิ่งเทียนสีหน้าเยือกเย็นเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ยอมเสี่ยงที่จะถูกเปิดเผยตัวตนเพื่อเข้าไปช่วยหลิ่วสือซุ่ย นี่เป็นเรื่องที่จิ่งหยางจะทำอย่างนั้นหรือ?”
อินเฟิ่งยิ้มเย็นยะเยือก กล่าวว่า “นับแต่วันแรกที่เข้ามาในชิงซาน เขาเคยคิดที่จะปิดบังตัวเองไหมล่ะ?”
ฟางจิ่งเทียนกล่าว “หรือเจ้าไม่คิดว่านี่มันกลับมีปัญหา?”
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่ศาลาหนานซงจนมาถึงธารสี่เจี้ยน จากยอดเขากระบี่มาจนถึงยอดเขาเสินม่อ จากหลิ่วสือซุ่ยมาถึงเจ้าล่าเยวี่ย จากการสืบทอดกระบี่มาจนถึงการทดสอบกระบี่…ไม่ว่าในเวลาปกติจะเกียจคร้านแค่ไหน ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนอย่างไร สุดท