พของซูจึเย่ก็ยังหาไม่เจอ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินสีหน้ายังไม่เปลี่ยน แต่ในใจกลับรู้สึกหวาดผวาเป็นอย่างมาก
สภาวะของอินซานในตอนนี้ยังต่ำต้อย มีหลายเรื่องที่จำเป็นต้องพึ่งพาเขา
ข้อมูลที่เป็นความลับขนาดนี้เขายังไม่รู้ เหตุใดอินซานกลับรู้อย่างชัดเจน?
หรือว่าในตอนที่ตนเองมิได้สังเกต เขาจะแอบไปติดต่อกับพวกที่เหลือ…หรือก็คือพวกที่แข็งแกร่งที่สุดของปู้เหล่าหลินเหล่านั้น?
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เขาจึงตอบอย่างจริงจังว่า “ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
……
……
พระกินผัก ดังนั้นรอบๆ วัดจึงมักจะมีสวนผักอยู่เป็นจำนวนมาก
วัดกั่วเฉิงเองก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน ในสำนักฌานเป่าทงที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้เองก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
บวบในสวนผักถูกเด็ดไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่บวบที่ทิ้งเอาไว้จนแก่จัดแล้วค่อยเอามาใช้ล้างจาน
ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว มะเขือม่วงไม่มีเหลือแล้ว ยังเหลือมะเขือยาวอีกนิดหน่อย
ใบหน้าของซูจึเย่เองก็เปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีเขียว พิษถูกกำจัดออกไปหมดแล้ว เขานอนอยู่ตรงหัวเตียงมองดูเหอจานกับถงเหยียนกำลังปะทะคารมกันอยู่ รู้สึกว่าน่าเบื่อ ในใจครุ่นคิดว่าศิษย์สำนักฝ่ายธรรมะต่างเป็นเช่นนี้กันหมด เหตุใดในอดีตถึงได้เล่นงานสำนักตนเองจนอยู่ในสภาพนี้ได้?
“ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าถงหลูจะทำอย่างไร”
ถงเหยียนนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองดูกระดานหมากล้อมพลางกล่าว
เหอจานเดินมาด้านหลังเขา ก่อนถามอย่างไม่เข้าใจ “อย่าง