“เพราะว่า…ไม่ยอมน่ะสิ”
เจ้าล่าเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมา จ้องมองดวงตาเขาอย่างกล้าหาญ ก่อนกล่าวว่า “ข้าอยากจะรู้ว่าผู้ใดเป็นคนทำให้ปรมาจารย์อาบรรลุเป็นเซียนล้มเหลว”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ตอนที่อยู่ในเมืองเฉาหนานข้าเคยบอกแล้ว เหลยพั่วอวิ๋นแอบเอาไม้วิญญาณอัศนีส่งเข้าไปในคุกกระบี่เพื่อช่วยคนผู้นั้นออกมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบรรลุเป็นเซียนเลย”
จั่วอี้เป็นคนของยอดเขาปี้หู น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
เจ้าล่าเยวี่ยสืบเรื่องนี้ผ่านทางเจวี่ยนเหลียนเหริน หลินหวงเหยียนรู้เข้าจึงไปบอกจั่วอี้ จั่วอี้ย่อมต้องอยากจะฆ่านาง แต่กลับถูกนางและจิ๋งจิ่วสังหารกลับแทน
เบาะแสนี้ของยอดเขาปี้หู สิ้นสุดลงตั้งแต่ตอนนั้น
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้าไม่เข้าใจ”
จิ๋งจิ่วกล่าว “สุดท้ายเหลยพั่วอวิ๋นก็ตาย เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “หรือว่าไม่อาจใช้เบาะแสนี้สืบไปถึงฟางจิ่งเทียนจากได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ฟางจิ่งเทียนอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่การสนทนาระหว่างเขากับเหลยพั่วอวิ๋นไม่มีทางที่จะมีคนล่วงรู้ได้”
แผนการลับของเจ้าแห่งยอดเขาสองคนไม่มีทางที่จะทิ้งหลักฐานใดๆ เอาไว้
ก็เหมือนกับที่จิ๋งจิ่วเคยบอกเอาไว้ แล้วก็ที่เขาเพิ่งจะพูดไปเมื่อครู่นี้ เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานใดๆ ให้สืบต่อไปได้ มีแต่ต้องไปถามตรงๆ
ในใจใครมีผีอยู่กันแน่ มีแต่ตัวคนที่ทำเท่านั้นถึงจะรู้ได้
……
……
ลำแสงกระบี่สายหนึ่งบินขึ้นมาอย่างรวดเร