……
หลังฟางจิ่งเทียนพูดถึงปัญหานี้ เสาหินก็ยิ่งเงียบสงัดขึ้นกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นยังเงียบอยู่เป็นเวลานาน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร พลันมีสายลมพัดมาจากในหุบเขานั้นอีกครั้ง พัดผ่านเมฆหมอก ประเดี๋ยวทึบประเดี๋ยวจาง เงาดำที่อยู่ตรงนั้นชัดเจนขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายมองเห็นเงาดำสองสายที่ยาวเป็นอย่างยิ่งอยู่ด้านหลัง
“ข้าไม่มีทางช่วยเจ้า”
เสียงที่เย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังออกมาจากในเมฆหมอก
บนพื้นผิวของเสาหินที่เปียกชื้นมีใบไผ่ปรากฏขึ้นมาอีกหลายร้อย
เงาดำสองสายนั้นกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง กวาดเอาหมอกที่อยู่รอบๆ สลายไปจนหมด
ตรงที่ที่สายตาของฟางจิ่งเทียนมองไป แปรเปลี่ยนเป็นชัดเจนขึ้นมา
ไก่ฟ้าตัวหนึ่งเดินออกมาจากในหมอก ขนาดของมันเหมือนกับไก่ฟ้าธรรมดา รูปร่างปกติธรรมดา ความแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวน่าจะเป็นหงอนสีแดงที่อยู่บนหัว ดูคล้ายเปลวไฟอันร้อนแรง
สิ่งที่ทำให้ไก่ฟ้าตัวนี้ดูน่าเย้ายวนเป็นอย่างมากก็คือหางสองเส้นที่อยู่ด้านหลังของมัน
หางสองเส้นนั้นยาวประมาณสิบจ้าง สั่นไหวไปมาเบาๆ ตามการเดินของมัน บางครั้งก็จะกางออกเล็กน้อย เผยให้เห็นภาพบางอย่างที่อยู่บนนั้น
บนหางของมันเต็มไปด้วยจุดเล็กๆ ที่รวมกันกลายเป็นแสงมันวาวสีเงิน ลวดลายดูสะเปะสะปะ ดูไปก็คล้ายกับหมู่ดาวนับหมื่นนับพันบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
หากมองนานเข้า จะรู้สึกว่าจุดเงินเล็กๆ เหล่านั้นคล้ายกับดินแดนลี้ลับหมิงเฉวียนที่หดเล็กลงหลายเท่า สามารถทะลุไปย