ังหุบเหวที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นได้
ที่น่าประหลาดที่สุดก็คือไก่ฟ้าตัวนี้พูดได้
นี่หมายความว่ามันสามารถครุ่นคิดจากนั้นก็สนทนาได้เหมือนอย่างมนุษย์ มิได้ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองอย่างนั้น
ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตนั้นมีสัตว์เทพประจำสำนักที่มีชื่อเสียงอยู่มากมายที่ีมีสติปัญญาและความฉลาดที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้บำเพ็ญพรต แต่น้อยนักที่จะมีสัตว์เทพประจำสำนักที่พูดได้ ปกติมักจะเป็นการสนทนากับมนุษย์ผ่านทางจิตสำนัก กิเลนของสำนักจงโจวและงูขาวของสำนักต้าเจ๋อก็เป็นสัตว์เทพประเภทนี้ ไป๋กุ่ยและหยวนกุยของชิงซานเองก็พูดไม่ได้ ซือโก่วกระทั่งเสียงก็ยังไม่มี
ไก่ฟ้าตัวนี้พิสดารยิ่งนัก
มันก็คือไก่ปีศาจเยาจี
หรือก็คือสัตว์เทพผู้พิทักษ์ที่เหล่าศิษย์ชิงซานให้ความเคารพ — ท่านอินเฟิ่ง
หากคนธรรมดาได้เห็นไก่ฟ้าที่แปลกประหลาดเช่นนี้เดินออกมาจากในหมอก คงจะต้องตกใจเป็นอย่างมากแน่
หากศิษย์ชิงซานทั่วๆ ไปได้เห็นมัน พวกเขาคงจะคาดเดาสถานะของมันออก จากนั้นก็ตื่นเต้นจนเป็นลมสลบไป
ฟางจิ่งเทียนดูเฉยชาเป็นยิ่งนัก นอกจากเพราะสถานะเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลแล้ว ย่อมต้องมีเหตุผลอื่นด้วยที่ทำให้เขาสงบนิ่งถึงเพียงนี้
เขามองอินเฟิ่งพลางกล่าว “หรือเจ้าลืมคำพูดของอาจารย์ไปแล้ว?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในดวงตาของอินเฟิ่งเผยให้เห็นอารมณ์ที่สับสนเป็นอย่างมาก
ในอารมณ์เหล่านั้นมีทั้งความคิดถึง ความเคารพและความรัก มีทั้งความทอดถอนใจและเสียใจ
สุดท้ายอารมณ์เหล