ชื่องอยู่ในอ้อมอกของสาวน้อยผู้นั้น เป็นเพราะเหตุใด?”
คิ้วสีเงินของฟางจิ่งเทียนลอยขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
ตอนที่เปิดศึกถล่มลานเมฆ ศิษย์พี่ทั้งสองคนเดินทางไปยังทะเลตะวันตกเพื่อข่มขวัญศัตรู
หากไม่เป็นเพราะอินเฟิ่งแจ้งเตือน เขาก็คงจะลงไปยังยอดเขาเสินม่อและสังหารชายหนุ่มผู้นั้นตามแผนที่วางเอาไว้แต่แรกแล้ว
หากเป็นแบบนั้นล่ะก็ ไม่ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาจะเป็นใคร สุดท้ายแล้วมันก็จะจบลงอย่างง่ายดาย
แต่ใครจะไปคิดถึงว่าไป๋กุ่ยจะอยู่บนยอดเขาเสินม่อ
“หลิวอาต้าคือผู้ที่มีความระมัดระวัง ขี้ขลาดและอ่อนไหวที่สุดในบรรดาพวกข้า แล้วก็กระหายการฆ่าฟันที่สุด หากมิเป็นเพราะมันมั่นใจอะไรบางอย่าง เหตุใดมันถึงเชื่องได้ขนาดนี้?”
อินเฟิ่งหมุนตัวเดินเข้าไปในหมอก ก่อนจะกล่าวอีกประโยคทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ดังนั้นพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเขามิใช่จิ่งหยาง”
ฟางจิ่งเทียนมองดูเงาที่ค่อยๆ หายไปในหมอก นิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงกล่าวออกมาว่า “ได้”
ตรวจสอบความเป็นมาของจิ๋งจิ่ว เดิมนี่ก็เป็นเรื่องที่เขาต้องทำอยู่แล้ว
หลังจากได้รับแจ้งข่าวมาจากอาจารย์เมื่อหลายวันก่อน เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่สุด
……
……
“เจ้ารู้เรื่องของยอดเขาซีไหลแล้วหรือ?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวถาม
จิ๋งจิ่วมองดูป้ายไม้ไผ่สีเขียวที่อยู่ในมือ พลางกล่าวว่า “ข้ารู้สึกแปลกใจ”
เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่าบนป้ายไม้ไผ่อันนั้นมีรูปไก่ฟ้าอยู่
ที่จิ๋งจิ่วรู้สึกแปลกใจก็คือฟาง