งคำพูดสองประโยคนี้ มีหลายอย่างที่นางมิได้พูดให้ชัดเจน
แต่ไป๋เจ่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดบนโลก ย่อมต้องฟังรู้เรื่องหรือว่าคิดเข้าใจ นางกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “มีเหตุผลจริงดั่งว่า หากข้าสามารถคิดได้เช่นนี้ บางทีอาจจะรู้จักพอได้เช่นกัน”
เจ้าล่าเยวี่ยหมุนตัว มองนางพลางกล่าวว่า “หรือเจ้าจะมาอยู่ที่ชิงซานก็ได้”
ไป๋เจ่ายิ้มเล็กน้อยไม่กล่าวกระไร
ในรอยยิ้มของนางมองไม่เห็นความขมขื่นใดๆ แต่สีหน้ากลับดูอ้างว้างโดดเดี่ยว
นางเป็นอนาคตเจ้าสำนักที่สำนักจงโจวเลี้ยงดูขึ้นมา กระทั่งอาจจะกลายเป็นผู้นำแห่งฝ่ายธรรมะในอนาคต บนไหล่แบกรับหน้าที่สำคัญเอาไว้ แล้วจะจากไปตามใจตัวเองได้อย่างไร
“ความจริงข้าก็ยังรู้สึกไม่เข้าใจ ต่อให้เขายึดมั่นความคิดเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่ลองดู ไม่ว่าจะกับใคร ยังไงมันก็ไม่มีข้อเสีย”
เสียงของนางถูกไอหมอกที่ลอยเข้ามาทำให้ดูอ่อนโยนลง น่าฟังยิ่งนัก
ในหมอกค่อนข้างหนาวเย็น ค่อนข้างชื้น หากมิใช่ผู้บำเพ็ญพรตจะต้องรู้สึกไม่สบายตัวอย่างแน่นอน
ใบหน้านางขาวซีด มิใช่เป็นเพราะได้รับบาดเจ็บ แล้วก็มิใช่เป็นเพราะทุกข์ใจ หากแต่เป็นเพราะโรคที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
ถูกขังอยู่ในที่ราบหิมะมาหกปี นางฝึกคัมภีร์ไข่มุกแดงที่จิ๋งจิ่วถ่ายทอดให้ ทำให้ร่างกายที่อ่อนแอมาแต่กำเนิดแข็งแรงขึ้นมา แต่ถ้าอยากจะกำจัดโรคออกไปให้หมดนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาอีกสักระยะ
หมอกตกกระทบลงบนใบหน้าที่งดงามและดูค่อนข้างขาวซีดนั้น ผมสีดำพลิ้วลอยขึ้น