สองสามปอย
คล้ายกับกิ่งหลิวที่งอกขึ้นมาใหม่ ยืดยาวทะลุหมอกลงไปแตะผิวแม่น้ำในยามเช้าอย่างแผ่วเบา
กระทั่งข้ายังมองว่างดงาม
แต่เขากลับไม่
เจ้าล่าเยวี่ยยื่นมือออกไปด้วยคิดอยากจะลูบศีรษะนางเพื่อปลอบใจ แต่ทันใดนั้นก็พบว่าไม่เหมาะสม จึงเปลี่ยนไปตบเบาๆ ที่ไหล่ของนาง
ระหว่างผู้บำเพ็ญพรตด้วยกันจะมีการสัมผัสร่างกายกันน้อยมาก โดยเฉาพะอย่างยิ่งผู้ฝึกกระบี่ที่หวาดกลัวเรื่องเหล่านี้มากที่สุด อย่าได้พูดถึงเรื่องที่จะโอบไหล่กอดคอกันเลย กระทั่งยืนอยู่ใกล้กันนิดหน่อยก็ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดแล้ว
ไป๋เจ่ามองเจ้าล่าเยวี่ยอย่างตกใจ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร จึงกล่าวลาไปทั้งอย่างนี้
กู้ชิงส่งไป๋เจ่าลงจากเขา
จิ๋งจิ่วเดินออกมาจากในถ้ำ มองดูเมฆหมอกที่อยู่ตรงบริเวณหน้าผา เลิกคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยพอใจ
เจ้าล่าเยวี่ยสะบัดแขนเสื้อ มีลมพัดขึ้นมา
เมฆหมอกกระจายตัว แสงอาทิตย์ส่องมาลงอีกครั้ง ยอดเขาเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นมา
จิ๋งจิ่วเดินมาริมผา วางเก้าอี้ไม้ไผ่ลง นอนลงไป ขาทั้งสองข้างไขว้กัน ดูสบายเป็นยิ่งนัก ใช้พื้นที่เพียงครึ่งหนึ่งของเก้าอี้
เจ้าล่าเยวี่ยเบี่ยงตัวนั่งลงไป มองเขาพลางกล่าวว่า “นางชอบเจ้าจริงๆ แผนการเหล่านั้นก็เพื่อทำให้ตนเองรู้สึกเขินอายน้อยลง เพราะอันที่จริงนางเป็นฝ่ายมาที่นี่”
จิ๋งจิ่วกล่าว “การตอบแทนบุญคุณ ภาพลวงตาที่มองเห็นในตอนสิ้นหวัง การรักสวยรักงาม ความชื่นชม สิ่งที่เรียกว่าความรักความชื่นชอบล้ว