ตย์ตกกระทบลงบนใบหน้าของเจ้าแห่งยอดเขาเฉิงโหยวเทียน ยิ่งทำให้ดูเย็นยะเยือก
ครั้งนี้เขาพาศิษย์บุกไปยังลานเมฆ ถือว่าทำให้ยอดเขาปี้หูได้รับเกียรติและความเคารพกลับมาใหม่อีกครั้ง แต่เมื่อคิดถึงข่าวที่เพิ่งจะได้รับมา เขาก็รู้ว่าตำแหน่งของยอดเขาปี้หูในยอดเขาทั้งเก้าของชิงซานยังคงไม่มั่นคง ขอเพียงมีปัญหาถาโถมเข้ามา ยอดเขาก็จะสั่นคลอนได้อย่างง่ายดาย
“มีอยู่คดีหนึ่ง มีบางคนอยากจะให้พวกเราเป็นคนออกมานำ”
เฉิงโหยวเทียนมองชายชราที่นั่งอยู่ตรงข้ามผู้นั้น ก่อนกล่าวด้วยสายตาเย็นยะเยือกเล็กน้อยว่า “ไม่ทราบว่าศิษย์พี่คิดอย่างไรบ้าง?”
ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาปี้หูคนนั้นคล้ายคาดเดาได้ว่าเจ้าแห่งยอดเขาน่าจะกำลังหยั่งเชิงตนเองอยู่ จึงกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ในสถานการณ์แบบนี้ พวกเราทำตัวเงียบๆ ไว้ก่อนจะดีกว่า”
แม้นจะได้ยินคำตอบที่ต้องการ แต่เฉิงโหยวเทียนก็ยังไม่สบายใจ หากแต่จ้องมองดวงตาเขาแล้วไล่ถามต่อว่า “แต่คดีนั้นมันเกี่ยวข้องกับยอดเขาปี้หูของเรา บอกปัดลำบาก”
สีหน้าของผู้อาวุโสขึงขังขึ้นมาเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับยอดเขาปี้หู แล้วควรค่าที่จะถูกให้ความสำคัญเช่นนี้ อย่างนั้นก็ต้องเป็นการตายของเหลยพั่วอวิ๋นเจ้าแห่งยอดเขาคนก่อน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคดีนั้นเป็นคดีที่ท่านเจ้าสำนักและท่านกฎกระบี่ร่วมมือกันจัดการ ใครกล้ารื้อคดีขึ้นมา?
“ท่านเจ้าแห่งยอดเขาหมายถึงคดีไหนกันแน่?”
เฉิงโหยวเทียนกล่าวด้วยสีหน้า