ารย์เดียวกันกับเหรินเชียนจู่ซึ่งเคยปรากฏตัวขึ้นที่เมืองกุ้ยอวิ๋น แต่สถานะภายในสำนักกลับมีความสำคัญกว่าหลายเท่า เขารับผิดชอบเรื่องการตีความกฎสำนัก จัดงานมอบรางวัลและการลงโทษ มีตำแหน่งคล้ายคลึงกับหยวนฉีจิงผู้เป็นกฎแห่งกระบี่ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นยอดฝีมือขั้นสูญตา เทียบเท่ากับสภาวะขั้นแหวกทะเลระดับสูงสุดของชิงซาน
น้อยครั้งนักที่สำนักจงโจวจะมาเยือนชิงซาน ยากที่จะมียอดคนระดับนี้มาเยือน จึงให้ความรู้สึกเป็นมิตรยิ่งนัก ทางชิงซานเองก็ย่อมต้องต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ฟางจิ่งเทียนเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลเป็นคนคอยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ หยวนฉีจิงได้มาพบเยวี่ยเชียนเหมินตั้งแต่เมื่อสิบกว่าวันที่แล้ว ว่ากันว่าอีกสองวันเจ้าสำนักก็จะมาเจอเขาด้วยตัวเอง
คนที่ติดตามเยวี่ยเชียนเหมินมาด้วยมีศิษย์สำนักจงโจวสิบกว่าคน ไป๋เจ่าเป็นหนึ่งในนั้น
ส่วนเรื่องขอแต่งงานที่ว่านั้น ทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือที่แพร่กระจายออกไปทั้งนั้น
นางเป็นบุตรสาวคนเดียวของเจ้าสำนักจงโจว แต่กลับเดินทางมายังชิงซานเพื่อขอแต่งงาน เรื่องแบบนี้เรียกได้ว่าน่าตกตะลึงยิ่งนัก ผิดธรรมเนียมประเพณี ยิ่งไปกว่านั้นทางเขาอวิ๋นเมิ่งจะยอมเสียหน้าเช่นนี้ได้อย่างไร? แต่ข่าวลือก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ การที่มีข่าวลือที่แพร่ออกมา น่าจะเป็นเพราะในการพูดคุยระหว่างเยวี่ยเชียนเหมินและเหล่ายอดคนของสำนักชิงซานมีการเกริ่นถึงเรื่องนี้สองสามประโยค เพียงแต่ไม่รู้ว่าเ