ตอนนั้นหลิ่วสือซุ่ยปลูกไม้ไผ่กอหนึ่งเอาไว้ที่ด้านนอกถ้ำของนักพรตไป๋ สวยงามยิ่งนัก
ทุกคนล้วนไม่เข้าใจ ความจริงเขาปลูกไม้ไผ่กอนั้นเอาไว้ก็เพื่อเตรียมเอาไว้ใช้ซ่อมเก้าอี้นอนให้ใครบางคน
เพื่อที่จะซ่อมเก้าอี้ไม้ไผ่ เขาเคยมายอดเขาเสินม่อครั้งหนึ่ง ผ่านมาหลายปี เขาลืมเลือนทิวทัศน์บนยอดไปหมดแล้ว ทุกอย่างล้วนดูแปลกตา
ในป่าสองข้างทางของทางเดินขึ้นเขามีเสียงร้องยินดีของเหล่าวานรดังขึ้นมาไม่หยุด บางครั้งจะเห็นเงาดำเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเหอรู้สึกประหม่า ในตอนที่นางสังเกตเห็นว่ามีสิ่งของบางอย่างลอยออกมาจากในป่า จึงยิ่งรู้สึกตกใจ
จากนั้นนางถึงได้พบว่าสิ่งที่ตกลงมาบนตัวหลิ่วสือซุ่ยคือดอกไม้ดอกหนึ่งและผลไม้สองสามลูก
นางถามด้วยความตกใจปนสงสัย “นี่แสดงถึง…การต้อนรับเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
หลิ่วสือซุ่ยเอาดอกไม้ดอกนั้นมากลัดไว้ที่ปกเสื้อ แบ่งผลไม้ลูกหนึ่งให้นาง กล่าวว่า “ดูแล้วน่าจะใช่”
พวกเขากินผลไม้จนหมด ใช้ลำธารที่อยู่ข้างทางล้างมือจนสะอาด จัดแจงเสื้อผ้า ก่อนจะเดินขึ้นบันไดช่วงสุดท้าย
บันไดหินทะลุออกจากหมอก ปลายสุดคือยอดเขา ริมผามีเก้าอี้ไม้ไผ่อยู่ตัวหนึ่ง สภาพดูเก่าทรุดโทรม ขาเก้าอี้ถูกเสียดสีจนเสียหายอย่างหนัก ดูไม่เท่ากันอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาจนเกินบรรยายบนเก้าอี้ตัวนั้น เสี่ยวเหอยิ่งรู้สึกตื่นเต้น มิทันรอให้หลิ่วสือซุ่ยกล่าวกระไร นางพลันโค้งตัวคารวะ
จิ๋งจิ่วนอนอยู่บนเก