้าอี้ ในมือคีบทรายเอาไว้ จ้องมองดูจานกระเบื้อง ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ยังไม่สนใจ กระทั่งวางเม็ดทรายลงไปแล้วถึงได้เหลียวหน้ากลับมา
หลิ่วสือซุ่ยส่งสายตาบอกให้เสี่ยวเหออยู่กับที่ ส่วนตัวเองเดินไปยังริมผา
เสี่ยวเหอยืดตัวขึ้นมา มองไปทางตำหนักที่อยู่ไม่ไกลตรงหน้า ในใจรู้สึกตื่นเต้น
ที่นี่คือถ้ำของนักพรตจิ่งหยาง? นักพรตจิ่งหยางเป็นผู้บรรลุเพียงคนเดียวในรอบพันปีที่ผ่านมา อย่างนั้นไม่ว่าจะเป็นเผ่าปีศาจหรือว่าเผ่าหมิง จะเป็นฝ่ายธรรมะหรืออธรรม ก็ล้วนแต่มองถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง มีใครไม่อยากมาที่นี่เพื่อสัมผัสกับไอพลังแห่งเซียนบ้าง?
หลิ่วสือซุ่ยเดินไปริมผา ยืนอยู่ข้างเก้าอี้ไม้ไผ่ ไม่มีสีหน้าความรู้สึกใดๆ กล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “คุณชาย ข้ากลับมาแล้ว”
จิ๋งจิ่วเองก็ไม่ได้กล่าวทักทายอย่างอบอุ่นอะไร หากแต่กล่าวถามตรงๆ ว่า “เวลาสิบปีสั้นนัก แต่เรื่องราวกลับมากมาย ตอนนี้ความคิดของเจ้าเปลี่ยนไปบ้างแล้วหรือเปล่า?”
หลิ่วสือซุ่ยเข้าใจความหมายของเขา นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่
บนยอดเขาเงียบสงัด ทะเลเมฆริมผาไม่เคลื่อนไหว
ภาพจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมาบนทะเลเมฆ จากนั้นหายไป
ตานปีศาจอันร้อนระอุ คุกกระบี่อันเย็นยะเยือก ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานเหล่านั้น การที่เห็นปู้เหล่าหลินฆ่าคนแต่กลับไม่สามารถหยุดยั้งใดๆ ได้ เพื่อการนี้จึงยอมรับชื่อเสียงอันด่างพร้อย แล้วยังมีคนที่ตายไปต่อหน้าตัวเองเหล่านั้น ภู