เขาที่ตกลงไปในทะเลลูกนั้น
หากสามารถเลือกได้ใหม่อีกครั้ง ตัวเองยังจะเลือกเหมือนครั้งนั้นหรือเปล่า?
เขาดึงสายตากลับมา ก่อนจะมองไปทางจิ๋งจิ่ว จากนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ในเมื่ออย่างไรก็ต้องมีคนทำเรื่องเหล่านี้ อย่างนั้นให้ข้าเป็นคนทำก็แล้วกัน”
จิ๋งจิ่วไม่ได้แสดงสีหน้าชื่นชมออกมา แล้วก็ไม่ได้ชื่นชม แน่นอนว่าไม่ได้โกรธด้วย เขากล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “สิ่งที่เรียกว่าการเลือก ขอเพียงแบกรับผลที่ตามมาของมันได้ เช่นนั้นก็อยู่เหนือคำว่าถูกหรือผิด”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “เข้าใจขอรับ”
ผ่านมาหลายปีได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง กลับมีเพียงบทสนทนาที่เรียบง่ายและน่าเบื่อ
เสี่ยวเหอเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้นางรู้สึกไม่ชินเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่สบายใจ เพราะความสัมพันธ์ของจิ๋งจิ่วและหลิ่วสือซุ่ยดูห่างเหินเป็นอย่างมาก
นี่เป็นเพราะนางไม่เข้าใจการปฏิบัติตัวต่อกันของจิ๋วจิ่วและหลิ่วสือซุ่ย พูดให้ถูกคือนางไม่เข้าใจจิ๋งจิ่วเหมือนอย่างหลิ่วสือซุ่ย
การเป็นห่วงเป็นใย เขาไม่มีทางแสดงมันออกมาด้วยคำพูด
ที่ดูห่างเหิน เป็นเพราะเขารู้สึกว่าการแสดงออกทางอารมณ์ที่มากเกินไปคือสิ่งที่ไม่จำเป็น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดแค่พูดให้ชัดเจนก็พอ ไม่จำเป็นต้องตะโกน ร่ำไห้ น้ำตานองหน้า แบบนั้นมันจะดูตลก
หลิ่วสือซุ่ยย่อมไม่มีทางเข้าใจจิ๋งจิ่วผิด เมื่อคิดถึงดอกมะลิดอกนั้นและกระบี่เล่มเล็กที่คมกริบอย่างมากเล่มนั้น เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก