แล้วก็รู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมาก
เพียงแต่เขารู้ว่าจิ๋งจิ่วไม่ชอบดู ดังนั้นจึงฝืนสะกดความรู้สึกตื้นตันใจเอาไว้ในใจ
เขาหยิบเอาสร้อยข้อมือที่เป็นมันวาวขึ้นมา ก่อนจะยื่นให้จิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วไม่ได้รับมา พลางกล่าวว่า “ให้เจ้า มันเป็นของเจ้า”
หลิ่วสือซุ่ยรู้ว่ากระบี่เล่มนี้ดูเหมือนธรรมดา แต่ความจริงแล้วกลับมีระดับที่สูงจนยากจะจินตนาการได้ เป็นกระบี่เซียนอย่างแท้จริง ไหนเลยจะยอมรับไว้ได้ เขากล่าวว่า “ด้วยสภาวะของข้า กระทั่งหนึ่งในร้อยส่วนของพลังของมันก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้ด้วยซ้ำ ให้มันติดตามข้านั้นถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก”
สร้อยข้อมืออันนั้นสั่นไหวเล็กน้อย ส่งเสียงหวึ่งๆ แสดงออกว่าเห็นด้วย ดูคล้ายอยากจะกลับมาอยู่ข้างกายจิ๋งจิ่วเต็มทีแล้ว
สำหรับมันแล้ว ทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนมีเพียงแต่จิ๋งจิ่งเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะใช้มัน
“หากรู้สึกเสียดาย ก็ควรจะรีบยกระดับสภาวะของตัวเอง มิใช่คิดที่จะโยนมันทิ้ง ความคิดแบบนี้ขี้ขลาดเกินไป มิใช่วิถีที่ศิษย์ชิงซานยึดถือ”
จิ๋งจิ่วมองหลิ่วสือซุ่ย พบว่าพลังของเขามีความสับสนยุ่งเหยิงเป็นอย่างมาก จึงกล่าวว่า “หลายปีมานี้เจ้าบำเพ็ญเพียรได้ค่อนข้างแย่ ต้องตื่นตัวหน่อยนะ”
เสี่ยวเหอฟังคำพูดนี้อยู่ไกลๆ รู้สึกตกใจเล็กน้อย จากนั้นเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
นางรู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยเคยเอาชนะถงหลูได้ในตอนที่สู้กันตรงโขดหินของทะเลตะวันตก ตอนนี้สภาวะของจิ๋งจ