ิ่วไม่อาจเทียบเขาได้ มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์เขาเช่นนี้?
“ข้าเองก็พบว่ามีปัญหาเช่นกัน”
หลิ่วสือซุ่ยไม่รู้ว่าในใจนางกำลังคิดอะไรอยู่
ในอดีตหลังเขากลืนตานปีศาจเข้าไป ในร่างกายก็มีเพลิงปีศาจ แล้วก็เรียนวิชาลับของสำนักเสวี่ยหมัว ทั้งยังเรียนเพลงกระบี่ซีไห่กับซีหวังซุนอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เรียนจนปะปนยุ่งเหยิง ไอพลังก็ปะปนยุ่งเหยิง เกิดความขัดแย้งกันได้ง่าย จนส่งผลกระทบต่อการบำเพ็ญเพียร
จิ๋งจิ่วถามเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเขาสองสามประโยค หลิ่วสือซุ่ยตอบตามตรง มิได้ปิดบังแม้แต่น้อย จากนั้นก็ถามถึงปัญหาเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรที่ตัวเองพบเจอ จิ๋งจิ่วตอบอย่างสบายๆ แต่กลับเป็นประโยชน์ต่อเขามาก
คล้ายกับว่าได้กลับไปยังหมู่บ้านบนภูเขาเมื่อหลายปีก่อน
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ถ้าอยากจะแก้ไขปัญหาพลังยุ่งเหยิงในร่างกายเจ้าให้เร็วที่สุด วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือไปอยู่บนยอดเขาอวิ๋นสิงสักสองสามปี”
เจตน์กระบี่หลอมกายาเป็นวิชาที่มีความอันตรายอย่างมาก แต่หลิ่วสือซุ่ยกลับตอบรับโดยไม่แม้กระทั่งหยุดคิด คุณชายไม่มีทางคิดร้ายต่อเขา ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าล่าเยวี่ยก็เคยทำเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
เมื่อคิดถึงเจ้าล่าเยวี่ย หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกอยากพบนาง
ตอนที่สังหารลั่วไหวหนานที่เมืองกุ้ยอวิ๋นเมื่อครั้งนั้น เขากับเจ้าล่าเยวี่ยมิได้พูดคุยอะไรกันเลย แต่ในใจกลับรู้สึกเชื่อมโยงถึงกัน ความรู้สึกเชื่อมั่นและสอดประสานกันช่างดีจริงๆ
“นางมีธุระ”
คำตอ