บของจิ๋งจิ่วไม่มีความจริงใจแม้แต่น้อย ไม่ว่าใครต่างก็ฟังออกว่าเป็นข้ออ้างที่ตอบส่งๆ ออกมา
หลิ่วสือซุ่ยไม่รู้จะทำอย่างไร มองเสี่ยวเหอที่อยู่ไกลออกไป จากนั้นกล่าวว่า “เดิมข้าคิดจะให้นางตามข้ามาชิงซาน ตอนนี้ดูแล้วเหมือนศิษย์พี่บางคนจะไม่ชอบนางอย่างมาก”
เสี่ยวเหอเป็นสายที่จิ๋งจิ่วทิ้งเอาไว้ในปู้เหล่าหลิน
คนที่นางเข้าไปช่วยก็คือหลิ่วสือซุ่ย
หากหลิ่วสือซุ่ยแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ เขาย่อมทำได้เพียงขอให้จิ๋งจิ่วช่วย
จิ๋งจิ่วมองเสี่ยวเหอ ก่อนกล่าวว่า “ข้าจะจัดการให้”
เสี่ยวเหอพลันรู้สึกร่างกายหนาวเย็นขึ้นมา ยิ่งรู้สึกตกตะลึง ในใจครุ่นคิดว่าคนผู้นี้สภาวะธรรมดา แต่เหตุใดกลับน่ากลัวถึงเพียงนี้?
ในเมื่อจิ๋งจิ่วบอกว่าจะจัดการให้ หลิ่วสือซุ่ยย่อมไม่ต้องกังวลใจ ทันใดนั้นพลันคิดถึงข่าวลือเรื่องหนึ่ง จึงอดสะกดความรู้สึกสงสัยใคร่รู้เอาไว้ไม่ได้ เขากล่าวถามว่า “คุณชาย เรื่องนั้นท่านเตรียมจะจัดการอย่างไรขอรับ?”
จิ๋งจิ่วถาม “เรื่องใด?”
หลิ่วสือซุ่ยคล้ายอยากจะกล่าวอะไรแต่ก็ชะงักไป ก่อนจะกล่าวว่า “แม่นางไป๋เจ่าแห่งสำนักจงโจวมาที่นี่”
จิ๋งจิ่วนึกว่าคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไร จึงกล่าวว่า “พรุ่งนี้นางจะมาเยือนที่นี่ ข้าได้รับปากนางไปแล้วว่าจะพบนาง วางใจได้ พิธีรีตรองของคนธรรมดาเช่นนี้ ข้าเข้าใจอยู่”
หลิ่วสือซุ่ยหมดคำพูด ในใจครุ่นคิดว่าใช่เรื่องพิธีรีตรองที่ไหนกัน คุณชายท่านไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ ด้วย
……………………