นแอบไปเข้าร่วมกับปู้เหล่าหลิน ไม่รู้สังหารผู้บำเพ็ญพรตฝ่ายธรรมะไปมากน้อยเท่าไร เรียกได้ว่าทำทุกเรื่องที่ชั่วร้าย
ใครจะไปคิดบ้างว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก
ที่สำนักฝ่ายธรรมะสามารถกำจัดปู้เหล่าหลินและทำลายลานเมฆได้นั้น เขาคือคนที่มีความดีความชอบอย่างใหญ่หลวงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เรื่องที่เคยเกิดขึ้นเหล่านั้นล้วนแต่เป็นวิธีที่เขาใช้เพื่อทำให้ปู้เหล่าหลินเชื่อใจ ความผิดที่มิอาจให้อภัยได้ก่อนหน้านี้ เวลานี้ได้กลายเป็นหลักฐานยืนยันถึงความอดทนอดกลั้น มองถึงภาพรวมเป็นสำคัญและความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
ประสบการณ์เช่นนี้ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก การหักมุมเช่นนี้รุนแรงมากเกินไปจนทำให้ในตอนที่เขากลับมายังชิงซาน เหล่าศิษย์หนุ่มสาวไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้าเขาด้วยท่าทีอย่างไร ต่างคนต่างสับสนเป็นยิ่งนัก
ธารสี่เจี้ยนไหลเอื่อย ริมธารเต็มไปด้วยผู้คนยืนอยู่ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ บรรยากาศดูแปลกประหลาด
เสี่ยวเหอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ นางแอบเหลือบมองดูหลิ่วสือซุ่ย
ในกลุ่มคนพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทำลายความเงียบบริเวณริมธาร
“ศิษย์พี่ ท่านกลับมาแล้วหรือ?”
ไม่มีใครรู้ว่าศิษย์คนไหนเป็นคนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา
หลิ่วสือซุ่ยมองไปทางด้านนั้น บนใบหน้าค่อยๆ มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา พลางกล่าวว่า “ใช่ ข้ากลับมาแล้ว”
หลังจากประโยคนี้ ริมธารก็เปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาทันที
“ยินดีต้อนรับศิษย์พี่กลับสำนัก!”
“ศิษย์พี่ลำบากแล้ว!”