้า เสี่ยวเหอปลดข่ายพลัง ทั้งสองคนขึ้นรถกลับไปยังเมืองอวิ๋นจี๋ ในตอนที่มาถึงก็เป็นเวลารุ่งเช้าแล้ว
เหลาสุราเปิดชั้นล่าง ซึ้งนึ่งถูกเอาไปวางไว้ริมถนน ไอน้ำที่พวยพุ่งออกมากับเมฆหมอกที่ไหลมาจากในภูเขาปะปนเข้าด้วยกัน ไม่สามารถแยกแยะออกได้
หลิ่วสือซุ่ยมองดูหมู่ยอดเขาที่อยู่ในหมอก ในที่สุดก็รู้สึกผ่อนคลายลง เขากล่าวกับเสี่ยวเหอว่า “หาอะไรกินก่อน จากนั้นพวกเราค่อยเข้าไป”
เขาใช้เงินสี่เหรียญซื้อซาลาเปาไส้ผักมาสองลูก แบ่งกับเสี่ยวเหอคนละลูก
เสี่ยวเหอมองดูซาลาเปาที่ใหญ่กว่าใบหน้าตน ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มกัดจากตรงไหน ดูกระอักกระอ่วน
หลิ่วสือซุ่ยมิได้สนใจนาง ฉีกกระดาษที่แปะอยู่ด้านล่างซาลาเปาออก จากนั้นกัดเข้าไปคำหนึ่ง รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ทันใดนั้นเขาพลันรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
หลังนั้นครู่หนึ่ง ลำแสงกระบี่สิบกว่าสายแหวกอากาศพุ่งออกไป จากนั้นก็มีลำแสงที่เปล่งประกายออกมาจากอาวุธอีกสองสาย แล้วก็ยังมีเงาของเรือเมฆขนาดใหญ่อีกลำหนึ่ง
เมฆหมอกปกคลุมเมืองเอาไว้ คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นภาพที่อยู่บนท้องฟ้าได้เหมือนอย่างเขา แต่ชาวเมืองในเมืองอวิ๋นจี่มีประสบการณ์ในด้านนี้อย่างมาก เมื่อเห็นก้อนเมฆบนฟ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงก็รู้ทันทีว่ามีผู้บำเพ็ญพรตบินผ่านไป เสียงพูดคุยทยอยดังขึ้นมา
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกกังวลใจ ในใจครุ่นคิดว่าหรือมีศัตรูบุกเข้ามา?
ในขณะที่เขาเตรียมจะโยนซาลาเปาในมื