กั้วตงกล่าว “ที่ไม่บอกเจ้าเป็นเพราะไม่อยากให้เจ้าเอาชื่อเสียงของข้าไปทำอะไรเหลวไหลข้างนอก แต่ตอนนี้ดูเหมือนการปิดบังเจ้าดูจะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไร เจ้าถึงได้มีความคิดที่น่าขันเช่นนี้ วันนี้ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยของข้า มิใช่ผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนัก ภายหน้าหากมีสำนักไหนคิดอยากจะแย่งตัวเจ้าไปเป็นศิษย์ก็ให้ไล่พวกเขาไปซะ”
ตอนนี้เหอจานค่อยๆ ได้สติขึ้นมาจากความตกตะลึง เมื่อได้ยินเช่นนี้จึงรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เล็กน้อย ในใจครุ่นคิด อะไรคือการบอกไม่ให้เอาชื่อเสียงของท่านไปทำอะไรเหลวไหลข้างนอก? ข้าไม่รู้เสียหน่อยว่าตัวเองยังมีญาติอยู่ แล้วญาติคนนั้นยังเป็นคนสำคัญของโลกแห่งการบำเพ็ญพรตด้วย ที่สำคัญที่สุดก็คือจนกระทั่งถึงตอนนี้ข้ายังไม่รู้เลยว่าท่านซึ่งป้าของข้าคนนี้เป็นใครกันแน่!
ในเวลานี้ เขาย่อมต้องอยากรู้เรื่องบางเรื่องมากที่สุด แต่ในขณะที่กำลังจะถามกลับถูกกั้วตงห้ามเอาไว้ “อย่าถามข้าเรื่องพ่อแม่ของเจ้า เพราะข้าไม่อยากคิดถึง แล้วก็ไม่อยากพูดถึง อย่างน้อยก็ในตอนนี้ พอเจ้าเกิดมาก็ถูกข้าเอาไปให้ศิษย์หลานหลานซีเลี้ยงดู เจ้าคิดว่านางเป็นแม่เจ้าก็แล้วกัน”
แม่ชีหลานซีเป็นผู้อาวุโสของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เพียงแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนจู่ๆ ก็หายตัวไป ที่แท้หายตัวไปเลี้ยงเด็ก
เหอจานคิดถึงแม่ชีชราที่สั่งสอนและเลี้ยงดูตนเองคนนั้น ในใจพลันรู้สึกอบอุ่น ดังนั