ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดลงมา ป่าเจดีย์ที่อยู่ในส่วนลึกของสำนักฌานเป่าทงส่องประกายระยิบระยับราวอัญมณีสีขาว สวนผักตรงตีนเขายังคงเงียบสงบ
ถงหลูลืมตาตื่นขึ้นมา มองดูกำแพงที่มืดสลัว ได้กลิ่นน้ำมันผักที่ลอยอยู่ในอากาศ รู้สึกสับสนเล็กน้อย
เขาใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้สติขึ้นมาจริงๆ พอจะเข้าในสถานการณ์ในตอนนี้ จากนั้นยันกายลุกขึ้นมานั่งอย่างยากลำบาก
ทันใดนั้นเขาพลันเห็นคนประหลาดคนหนึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตน ใบหน้าเป็นสีเขียว สายตาเย็นชาเป็นยิ่งนัก
คนประหลาดผู้นั้นย่อมต้องเป็นซูจึเย่
ซูจึเย่และถงหลูนั่งอยู่กันคนละฝั่งของหัวเตียง ทั่งคู่สบตากันเงียบๆ บรรยากาศดูแปลกประหลาด
สีหน้าของถงหลูพลันแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด
เขาเตรียมจะเรียกกระบี่ออกมาสังหารอีกฝ่าย แต่กลับทำไม่สำเร็จ
จากนั้นเขาถึงได้นึกขึ้นมาได้ว่ากระบี่ของตนหักไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
“เจ้ารู้จักข้า?”
ซูจึเย่รับรู้ได้ถึงจิตสังหารของเขา
ถงหลูกล่าว “อาศัยเพียงใบหน้าก็สามารถรู้ได้ว่าเป็นใคร ทั่งทั้งแผ่นดินเฉาเทียนมีแค่พวกเจ้าสองคนเท่านั้น”
ซูจึเย่ถือกำเนิดขึ้นมาจากหน่อมาร พิษซากศพเข้าสู่ร่างกาย ใบหน้าเป็นสีเขียว ย่อมต้องจดจำได้ง่าย เขารู้ในเรื่องนี้ แต่อีกคนนั้นเป็นใคร?
“อีกคนก็คือจิ๋งจิ่ว”
เหอจานเดินเข้ามาจากด้านนอกห้อง
ซูจึเย่ถาม “เพราะเหตุใด?”
เหอจานยกมือขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าพลางกล่าว “เพราะเขาหน้าตาหล่อเหลา เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ?”
ซูจึเย่ตกตะลึ