ื่อได้ยินชื่อนี้ สายตาของซูจึเย่พลันคร่ำเคร่งขึ้นมา ที่แท้เด็กสาวในชุดสีขาวผู้นี้คือกั้วตงแห่งสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย ได้ยินว่านางเป็นศิษย์คนสุดท้ายของเหลียนซานเยวี่ย เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่สำนักฌานเป่าทง แล้วมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกเขาคุยกันเมื่อครู่นี้อย่างไร?
กั้วตงกล่าวว่า “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ชินไหม?”
ถงเหยียนไม่ได้ตอบคำถามนี้ เขาเพียงแต่มองดูนางอย่างเงียบๆ ราวกับจะมองให้ทะลุใบหน้าที่ดูธรรมดานั้นลงไปว่าแอบซ่อนอะไรเอาไว้อยู่
เหอจานกล่าวด้วยสีหน้าสับสนว่า “เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่?”
กั้วตงกล่าว “สำนักฌานเป่าทงและสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยของข้าอยู่ในสายสืบทอดเดียวกัน”
ถงเหยียนพลันพูดขึ้นมา “ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังอยู่ใกล้เมืองอี้โจว ถ้าอยากจะรักษาพิษ ก็ต้องมาที่นี่”
กั้วตงกล่าว “เจ้าฉลาดจริงๆ ข้าดูคนไม่ผิดจริงๆ ด้วย”
ถงเหยียนเลิกคิ้วขึ้นมา
น้ำเสียงแบบนี้คล้ายว่านางอยู่ในระดับที่สูงกว่าตน ราวกับผู้อาวุโสกับกับวิจารณ์ผู้น้อยอยู่
ในอดีตนอกจากอาจารย์ทั้งสองท่านแล้วก็มีเพียงจิ๋งจิ่วเท่านั้นที่เคยใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดกับเขา
คิ้วของซูจึเย่ขมวดขึ้นมามากกว่า
ในอดีตหากเขาได้เจอกับศิษย์ของสำนักฝ่ายธรรมะ อีกฝ่ายมักจะลงมือสังหารตนโดยไม่แม้แต่จะติด เหมือนอย่างถงหลูเมื่อครู่นี้ หรือไม่ก็เป็นเขาที่สังหารอีกฝ่าย
หลังดรุณีชุดขาวผู้นี้เข้ามาในห้อง นางไม่แม้กระทั่งจะเหลือบมองเขาด้วยซ้ำ ความรู้สึกแบบนี้ม