“ถึงแม้ข้าจะรู้ว่าประโยคนี้ของเจ้ามิได้จงใจต่อว่าข้า แต่ฟังแล้วก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร”
ซูจึเย่กล่าวกับถงเหยียนว่า “แจ้งคนของสำนักฌานเป่าทงเถอะ ที่นี่เป็นสวนผักของพวกเขา”
โลกแห่งการบำเพ็ญพรตมีกฎที่เป็นที่ยอมรับกันอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือการจะตัดสินว่าของวิเศษที่ไม่มีเจ้าของที่ถูกพบชิ้นนั้นจะเป็นของใคร อันดับแรกคือดูจากสถานที่ที่พบมัน
ซูจึเย่เป็นคนของพรรคมาร ที่ผ่านมาย่อมไม่สนใจกฎเกณฑ์นี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นสำนักฌาณเป่าทงก็กำลังรักษาพิษให้เขาอยู่ด้วย
เหอจานกล่าวว่า “ไม่ต้อง เพราะว่านี่ไม่อาจถือว่าข้าเก็บได้”
ซูจึเย่กล่าวว่า “เจ้าโชคดี แต่ก็ไม่อาจทำเรื่องไร้เหตุผลได้”
เหอจานหยิบเอาขวดออกมาใบหนึ่งกับถุงมืออีกข้างหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ กล่าวว่า “ตอนนี้พวกเจ้ายังคิดว่าข้าโชคดีอยู่หรือเปล่า?”
สายตาของถงเหยียนเลื่อนจากกระบี่เล่มนั้นไปยังขวดและถุงมือ หลังสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “ไม่เกี่ยวกับโชคจริงๆ ด้วย”
ไม่ว่าจะเป็นกระบี่เล่มนั้น หรือว่าขวดกับถึงมือนั้นก็ล้วนแต่ดูใหม่ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะฝังเอาไว้ไม่นาน อีกทั้งเหอจานยังสามารถหาเจอได้ง่ายๆ เช่นนี้ แสดงว่าฝังเอาไว้ไม่ลึก
เช่นนี้แล้ว นี่ต้องมิใช่ของวิเศษที่สมณะรุ่นก่อนของสำนักฌานเป่าทงแอบซ่อนเอาไว้แน่ เผลอๆ อาจจะไม่ใช่ของวิเศษที่ถูกแอบซ่อนเอาไว้ด้วยซ้ำ
มีเพียงคำอธิบายเดียว — นั่นก็คือมีบางคนจงใจเอาของเหล่านี้มาฝ