ญาชนไป๋ลู่ถูกไฟลุกไหม้หนึ่งวันหนึ่งคืน
เรือนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงท่องตำรากลายเป็นเศษซาก ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นควันไฟ กระทั่งหน้าผาก็ยังถูกเผาจนกลายเป็นสีดำ
เผยไป๋ฟ่ายืนอยู่หน้าเศษซากสำนัก ก้มหน้าหลับตา รับรู้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่ บนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึก
ผู้อาวุโสของสำนักอู๋เอินเหมินคนหนึ่งรายงาน “ซากศพทั้งหมดได้ทำการตรวจสอบหมดแล้ว ไม่มีเทียนจิ้นเหรินขอรับ”
เผยไป๋ฟ่ากล่าวเสียงเบาๆ “ข้าจะไปข้างนอกสักพัก หลังพวกเจ้ากลับไปแล้ว ปิดเขาเทียนโซ่วซะ”
ศิษย์สำนักอู๋เอินเหมินตกใจ
หลายปีมานี้เนื่องเพราะถูกสำนักกระบี่ซีไห่กดขี่ข่มเหง สถานะของสำนักอู๋เอินเหมินในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตจึงตกต่ำลงทุกวัน กระทั่งอันดับในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยก็ยังตกลงจากเดิม วันนี้เจ้าสำนักออกมาจากการเก็บตัว ซีหวังซุนถูกกำจัด ลานเมฆถูกทำลาย สำนักกระบี่ซีไห่ถูกขับไล่ออกไปจากแผ่นดิน นี่เป็นโอกาสอันดีที่สำนักอู๋เอินเหมินจะได้ฟื้นตัวขยายความยิ่งใหญ่ เหตุใดถึงยังปิดภูเขาอีก?
แม้นจะมีหลายคำถามที่ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของเจ้าสำนัก
เช่นเดียวกัน ไม่มีใครกล้าถามเหตุผลและถามว่าเจ้าสำนักจะไปที่ใด
พวกเขากล้าถามเพียงแต่วันที่จะกลับมา
ผู้อาวุโสคนนั้นถามว่า “ศิษย์พี่จะกลับมาเมื่อใดขอรับ?”
เผยไป๋ฟ่ากล่าว “เมื่อไรที่ข้าจะกลับ พวกเจ้าจะรู้เอง”
ครั้นกล่าวจบ เขาก็เหยียบกระบี่บินออกไปทางทิศตะวันตก
เมื่อเห็นลำแสงกระบี