้หมดแล้ว”
ถึงแม้ในชื่อสำนักฌานเป่าทงจะมีคำว่าฌานอยู่ แต่ก็มิได้เป็นสายสืบทอดของสำนักฌาน มิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับวัดกั่วเฉิง ในทางกลับกัน ว่ากันว่าพวกเขามีความใกล้ชิดกับสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยมากกว่า แต่สำนักฌานเป่าทงนั้นมีฝีมือทางการแพทย์ที่สูงส่งเหมือนวัดกั่วเฉิง ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากแผ่นดินทางตะวันตกเฉียงใต้เป็นป่าร้อนชื้น อากาศเป็นพิษอย่างมาก ในด้านการรักษาพิษแล้วเรียกได้ว่ามีฝีมือเหนือวัดกั่วเฉิง ถึงแม้พิษในร่างซูจึเย่จะรุนแรง แต่เมื่อได้รับการรักษาจากสำนักฌานเป่าทงก็เรียกได้ว่ารักษาชีวิตเอาไว้ได้
ในตอนแรกสุดเจ้าอาวาสของสำนักฌานเป่าทงรู้ว่าซูจึเย่เป็นใคร จึงไม่ยอมรักษา สุดท้ายได้รับการขอร้องจากถงเหยียนจึงจำใจตกลง แต่เขาไม่ยอมให้คนของพรรคมารมานอนอยู่ในสำนักฌาน จึงจัดให้พวกเขาไปนอนอยู่ที่สวนผัก ทุกวันให้ถงเหยียนแอบเข้ามาเอายาในวัด และต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้คนอื่นล่วงรู้ มิเช่นนั้นชื่อเสียงที่สั่งสมมาเป็นพันปีคงต้องจบลงภายในวันเดียวอย่างแน่นอน
ทั้งสามคนพักอยู่ที่สวนผักมาหลายวัน สุราที่เหอจานนำมาด้วยถูกดื่มจนหมดไปนานแล้ว เขากระหายสุราจนแทบจะทนไม่ไหว เวลานี้ได้ยินถงเหยียนบอกว่าใช้เวลาอีกห้าวัน สีหน้าจึงดูดีขึ้นมาไม่น้อย
ถงเหยียนเดินไปริมหน้าต่าง เล่นหมากล้อมที่ยังเล่นไม่จบกระดานนั้น
ซูจึเย่ดื่มยาจนหมดโดยมีเหอจานคอยช่วยเหลือ ก่อนจะขยับจากบนเตียงมายังริมหน้าต่างอย่างยากล