ยุด
กระบี่บินนับหลายร้อยเล่มลอยนิ่งๆ อยู่ในสายลม ล้อมลานเมฆเอาไว้
ในที่ที่ไกลออกไปยังมีผู้บำเพ็ญพรตอีกนับไม่ถ้วนขี่อาวุธวิเศษอยู่
เมฆที่ไม่สลายไปไหนตลอดทั้งปีก้อนนั้น ในที่สุดวันนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ผิวด้านนอกเกิดเป็นกระแสอากาศปั่นป่วนจำนวนมาก มันถูกพลังที่มองไม่เห็นสายหนึ่งดึงลงไปยังผิวทะเลและพื้นดินด้านล่าง ดูคล้ายพายุหมุนก็มิปาน
เมฆตกลงไปบนพื้น แปรเปลี่ยนกลายเป็นหมอก เมืองไห่โจวและหมู่บ้านที่อยู่รอบๆ ล้วนถูกหมอกจำนวนมหาศาลปกคลุมเอาไว้ บดบังทัศนวิสัยของชาวบ้านที่อยู่ในเมืองเหล่านั้น
มีเพียงวิชาลมฝนของสำนักต้าเจ๋อเท่านั้นถึงจะสร้างภาพที่น่ามหัศจรรย์เช่นนี้ได้ และผู้ที่สามารถเคลื่อนย้ายเมฆหมอกจำนวนมากขนาดนี้ได้จะต้องเป็นยอดฝีมืออย่างแท้จริงแน่นอน
บัณฑิตครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้ ก่อนจะบินไปทางนั้น
ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตที่ขี่อาวุธวิเศษหรือศิษย์ชิงซานที่ขี่กระบี่ ทุกคนต่างทยอยเปิดทางพลางกล่าวคารวะ คนที่ไม่รู้ว่าบัณฑิตผู้นี้เป็นใครก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ จนกระทั่งได้ยินเสียงคารวะเหล่านั้น พวกเขาถึงได้รู้ว่าบัณฑิตที่ดูสง่างามผู้นี้คือเจ้าเรือนแห่งเรือนอี้เหมา — ปู้ชิวเซียว!
ปู้ชิวเซียวมาถึงด้านหน้าสุด เมื่อเห็นชายวัยกลางคนที่กำลังใช้วิชาลมฝนอยู่ตรงด้านหน้าลานเมฆผู้นั้น ในใจก็ครุ่นคิดว่าต้าเจ๋อลิ่งมาลงมือด้วยตัวเองจริงๆ ด้วย
เฉิงโหยวเทียนเจ้าแห่งยอดเขาปี้หูยืนอยู่บนกระบี่น้ำขึ้น มองดูล