าบนร่างกายของซีหวังซุน จากนั้นม้วนเขาเอาไว้คล้ายกับเชือก ก่อนจะดึงเข้าขึ้นไปในท้องฟ้า
ซีหวังซุนรู้ว่าสภาวะของตนกับอีกฝ่ายแตกต่างกันอย่างมาก จึงล้มเลิกความคิดที่จะต่อต้าน สายตามองไปยังท้องฟ้า
บนท้องฟ้าที่อยู่เหนือดินแดนแห่งความว่างเปล่าขึ้นไปไม่มีสีสัน เป็นเหมือนเครื่องเคลือบที่โปร่งใส แสงอาทิตย์หักเหจนดูสว่างเจิดจ้า
ในโลกที่สว่างเจิดจ้ามีเงาอยู่เงาหนึ่ง
ถึงแม้ด้านหลังเงานั้นจะเป็นท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
แต่เงานั้นยังคงดูใหญ่โตยิ่งนัก
เมื่อเห็นเงานั้น พลังใจหยดสุดท้ายของซีหวังซุนก็สูญสลายไป เขาพูดชื่อของอีกฝ่ายออกมา น้ำเสียงคล้ายกำลังครวญคราง
“หลิ่วฉือ…”
จากนั้นบนใบหน้าเขาก็มีรอยยิ้มที่ดูคล้ายเย้ยหยันตัวเองปนขมขื่นปรากฏขึ้นมา
สมควรแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรก็สมควรแล้ว
แล้วก็ไม่มีอะไรให้ข้องใจ
ยอดคนขั้นทะลวงสวรรค์สองคนลงมือ
ใครกล้าข้องใจ?
……
……
เขาเทียนโซ่ว
พายุฝนหยุดลงแล้ว
เผยหย่วนกลับมายังถ้ำของตนเองอย่างเงียบๆ เตรียมหยิบของวิเศษที่แอบซ่อนเอาไว้หลายปีแล้วค่อยจากไป
เขาครุ่นคิดในใจ ตนเองเป็นถึงเจ้าตำหนักสิงถัง แล้วยังเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเจ้าสำนัก ใครจะกล้ามารั้งตนไว้
ทันใดนั้นภายในหมู่เขาพลันมีเสียงสัญญาณกระบี่ดังขึ้นมา เรียกรวมทุกคนให้มาประชุมกันหน้าตำหนัก
เผยหย่วนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เดิมคิดจะไม่สนใจ แต่เมื่อรับรู้ได้ถึงข่ายพลังของสำนักที่เย็นยะเยือกขึ้นอย่างชัดเจน เขาจึงลังเลขึ้นมาเล็กน