้นจะมีอันตรายได้”
หลิ่วสือซุ่ยไม่เข้าใจความหมายของเขา
“พู่กันด้ามนี้มอบให้เจ้า”
บัณฑิตชรายื่นพู่กันครองเมืองให้แก่เขา ก่อนกล่าวอย่างทอดถอนใจ “ก่อนความวุ่นวายนี้จะหยุดลง อย่าได้ปรากฏตัว โลกวุ่นวายเกินไป”
พู่กันครองเมืองเป็นของล้ำค่าประจำเรือนอี้เหมา
เขามอบมันให้แก่หลิ่วสือซุ่ยง่ายๆ แบบนี้
หลิ่วสือซุ่ยรับมันมาอย่างระมัดระวัง
บัณฑิตชราถามว่า “สิ่งสุดท้ายที่ข้าอยากรู้ก็คือในปีนั้นก่อนที่พวกเราจะไปจากที่นี่ เจ้าเข้าไปปลดทุกข์เบาในป่า แต่ความจริงแล้วเจ้าเอากระบี่พรหมจรรย์ไปซ่อนใช่หรือไม่?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “ใช่น่ะสิ”
“น่าสนุก หวังว่าซีหวังซุนคงไม่รู้สึกสกปรกหรอกนะ”
บัณฑิตชราหัวเราะขึ้นมา กล่าวว่า “ข้ายังมีอีกประโยคหนึ่งจะพูด คนใกล้ตาย ก็มักจะพูดมากอย่างนี้แหละ”
หลิ่วสือซุ่ยร่ำไห้ขึ้นมา กล่าวว่า “ข้าก็พูดมากเช่นกัน”
“เจ้ามีเพลิงปีศาจ ร่างกายร้อนเป็นทุนเดิม ต่อไปภายหน้าทำอะไรอย่าใจร้อนวู่วาม มิเช่นนั้นจะเผาตัวเองได้ง่าย”
บัณฑิตชรามองพูดเขาพลางกล่าวอย่างจริงจัง “ต่อให้เผาไม่ตาย ใจที่ร้อนเกินไปมันก็ทรมานเช่นกัน เหมือนอย่างข้าในตอนนี้”
เขากางพัดออกแล้วเริ่มพัด
ลมตกกระทบลงบนร่างกายเขา พัดพาเสื้อผ้าและร่างกายปลิวสลายออกไปราวเถ้าถ่าน
เขาค่อยๆ หายไป
……………………………