อนน่าขบขัน แต่ความจริงมันกลับยิ่งดูน่ากลัว
หลังจากนั้น ข้อเท้าซ้ายของเขาก็ถูกตัดขาด
เผยหย่วนไม่สามารถเดินได้อีก กระทั่งกระโดดก็ทำไม่ได้
เขานั่งอยู่ในกองเลือด ส่งเสียงร่ำไห้สิ้นหวัง
“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่ชายจะทรยศตัวเอง ถึงแม้เจ้าจะเป็นขยะไร้ค่าที่โง่เขลาและน่าขบขันมาโดยตลอด”
เผยไป๋ฟ่ามองดูเขาพลางกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ “ที่แท้ก่อนที่จะตาบอดจริงๆ ข้าได้ตาบอดมาแล้วตั้งหลายปี”
……
……
กระบี่สั้นเล่มนั้นบินอ้อมด้านหลังหน้าผากลับมา ตัวกระบี่ที่แวววาวดุจกระจกสะท้อนภาพบริเวณหน้าผา
ต้นไม้ที่มีเศษฝุ่นปกคลุม รอยเลือดเป็นด่างเป็นดวง ใบหน้าขาวซีด รอยฉีกขาดบนเสื้อที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ
หลิ่วสือซุ่ยคุกเข่าอยู่ตรงหน้าบัณฑิตชรา สีหน้าโศกเศร้าเป็นอย่างมาก
เจตน์กระบี่สายนั้นได้ทำลายโอกาสที่จะมีชีวิตรอดทั้งหมด
เขาชอบผู้อาวุโสคนนี้ เพราะอีกฝ่ายช่วยเหลือเขามามากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานาน
แต่บัณฑิตชราไม่เคยเล่าเรื่องราวของตัวเองมาก่อน กระทั่งวันนี้หลิ่วสือซุ่ยถึงได้รู้ว่าเขาแซ่เหยียน
“ท่านมีอะไรจะสั่งเสียหรือไม่ ขอเพียงข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะช่วยท่านทำให้ได้”
เขามองบัณฑิตชราพลางกล่าว
บัณฑิตชราส่ายศีรษะ
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกร้อนใจ กล่าวว่า “ท่านใกล้ตายแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ยอมพูดอีก?”
บัณฑิตชราไม่ตอบคำถามนี้ กล่าวว่า “หลังข้าตายแล้วจะมีคนรู้ จากนั้นก็จะมาตรวจดูที่นี่ พวกเจ้ารีบหนีไปซะ มิเช่นนั