จของพวกเขาคือตามหากระบี่เล่มหนึ่ง
ในท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหน้ามีเส้นสีดำเล็กๆ เส้นหนึ่งกำลังลอยอยู่บนอากาศอย่างช้าๆ ดูไปคล้ายเศษฝุ่นละออง
กู้พ่านรู้ว่านั่นคือเป้าหมายของภารกิจครั้งนี้ จึงสั่งการเสียงเคร่งขรึม “มุ่งหน้าไปให้เร็วที่สุด ใครกล้าดีแย่งชิง ฆ่าไม่เว้น!”
……
……
เส้นสีดำเล็กๆ ที่ลอยล่องอยู่บนท้องฟ้าสีน้ำเงินคือกระบี่พรหมจรรย์
เมื่อต้องรับการโจมตีตรงๆ จากกระบี่มิพานพบ ต่อให้ระดับของกระบี่พรหมจรรย์จะสูงส่งแค่ไหนก็ยังต้องเสียพลังวิญญาณไปจนหมดในทันที จากนั้นร่วงตกลงมายังพื้นด้านล่างราวกับเศษเหล็กอย่างไรอย่างนั้น
สถานการณ์ของซีหวังซุนนั้นแย่ยิ่งกว่า สองมือที่กุมด้ามกระบี่เอาไว้ล้วนเต็มไปด้วยโลหิต ตั้งแต่กระดูกนิ้วมือไปจนถึงกระดูกแขนล้วนแตกละเอียด
เขาโกรธเกรี้ยวเป็นยิ่งนัก ในใจตะโกนชื่อของอีกฝ่ายออกมา —- เผยไป๋ฟ่า!
เจ้ามิใช่ว่าถูกศิษย์พี่เล่นงานจนบาดเจ็บสาหัสสภาวะถดถอยหรอกรึ? เหตุใดถึงยังมีพลังของสภาวะขั้นทะลวงสวรรค์อยู่อีก?
ต่อให้เจ้าบำเพ็ญเพียรอย่างหนักจนฟื้นฟูสภาวะกลับมาได้ แต่เขาเทียนโซ่วอยู่ไกลขนาดนี้ เจ้าโจมตีถูกข้าทั้งๆ ที่อยู่ห่างกันหลายพันลี้ได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้นเหตุใดกระบี่นี้ถึงได้เร็วขนาดนี้ แข็งแกร่งขนาดนี้!
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดกระบี่ของเผยไป๋ฟ่าถึงได้น่ากลัวเพียงนี้ เขารู้เพียงแต่ว่าหากกระบี่อีกฝ่ายฟันลงมาที่ตนอีกที ตนเองจะต้องตายอย่างแน่นอน
เขาบินสูงขึ้นไปโดยไม่สนใ