ายในร่างกายคล้ายกำลังเดือดพล่าน เร่าๆ จะพุ่งทะลุหลอดเลือดและผิวหนังออกไป
เสียงกู่เจิงที่ดังเข้ามาในหูคล้ายมีดดาบ ทำให้พวกเขาเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด กระบี่ตานปีศาจก็ไม่สามารถกระตุ้นได้
กระบี่บินเล่มนั้นมองแล้วว่าไม่สามารถทำลายแนวป้องกันเข้าไปสังหารอีกฝ่ายได้ในทันที จึงแปลงกลับเป็นลำแสงบินกลับมาหาหลิ่วสือซุ่ย พลางสั่นไหวไม่หยุด
ในเวลานี้หลิ่วสือซุ่ยกำลังอยู่ในช่วงที่เจ็บปวดที่สุด สัมปชัญญะคล้ายเลือนลาง
เขาคิดในใจว่ากระบี่บินร้ายกาจปานนี้ เหตุใดจึงไม่รีบสังหารพวกเขาให้หมด
ในขณะที่กำลังคิดเช่นนี้ เขาก็รู้สึกเหมือนมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว
—- จริงอยู่ที่ข้าร้ายกาจอย่างมาก แต่ก็ต้องดูว่าอยู่ในมือใคร ดังนั้นรีบหนีกันเถอะ!
หลิ่วสือซุ่ยไม่รู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่ในเวลานี้สถานการณ์อันตรายเป็นอย่างมาก ไม่สะดวกให้เขาครุ่นคิดอะไร เขาจับมือเสี่ยวเหอกระโดดขึ้นไป
กระบี่บินลงมาอยู่ใต้เท้าพวกเขา
ทันใดนั้น พวกเขาก็กลายเป็นจุดสีดำที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้ จากนั้นจึงหายลับไปบนท้องฟ้า
……
……
หนานเจิงมองไปยังทิศทางที่กระบี่บินหายไป นิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
“ชั้นเซียน! ชั้นเซียนแน่นอน!”
อวี้ปูฮวนที่กางเกงเปียกโชกไปด้วยเลือดกัดฟันกล่าวออกมา
ถูชิวคุกเข่าข้างหนึ่งลงไปกับพื้น ใบหน้าขาวซีด พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดของแขนที่หักจึงมิได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา
เสียงเย็นยะเยือกของหนานเจิงดังขึ้