น “ไปเสียก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นต่อให้พวกเราฆ่าเขาได้ พวกเจ้าก็รักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน”
ถูชิวส่งเสียงเหอะออกมา ลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวอย่างไม่สบายใจว่า “แต่เราจะไปรายงานนายท่านอย่างไร?”
หนานเจิงหมุนตัวมองไปทางก้อนเมฆที่ไม่ยอมสลายไปไหนตลอดทั้งปีทางตะวันตก สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไร
……
……
กระบี่บินมุ่งไปข้างหน้า แผ่นดินถอยไปด้านหลัง ภาพที่วูบไหวด้วยความเร็วสูงเช่นนี้ ดูแล้วทำให้รู้สึกวิงเวียนได้ง่าย
ผ่านไปไม่นานเท่าไร กระบี่ก็บินออกมาได้ไกลหลายสิบลี้แล้ว
ด้วยความเร็วนี้ อีกไม่นานก็น่าจะมองเห็นชิงซานแล้วกระมัง?
หลิ่วสือซุ่ยคิดเช่นนี้ รู้สึกมีความสุข
กระบี่บินที่อยู่ใต้เท้าเขาสั่นขึ้นมาเบาๆ คล้ายว่ามีความสุขเช่นเดียวกัน
กระบี่บินสั้นอย่างมาก ยาวแค่สองฉื่อ หลิ่วสือซุ่ยและเสี่ยวเหอยืนอยู่ด้านบน รู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไร
เสี่ยวเหอยืนอยู่ด้านหลังเขา ไม่รู้จะทำเช่นไร จึงได้แต่ยื่นมือไปโอบเอวของเขาเอาไว้ ใบหน้าแนบชิดแผ่นหลัง มองไม่เห็นสีหน้า ไม่รู้ว่ามีความสุขอยู่หรือเปล่า
จู่ๆ พลันมีเสียงที่ฟังดูเย็นชาและทรงอำนาจดังขึ้นมาในท้องฟ้า
“กลับมาเถอะ”
หลิ่วสือซุ่ยฟังออกว่านี่เป็นเสียงของซีหวังซุน เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไร มิไปสนใจ
กระบี่บินเร่งความเร็วอีกครั้ง เพราะมันรู้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่สามารถต่อกรกับเสียงนี้ได้
เสียงของซีหวังซุนดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าไม่ว่ากระบี่จะบินเร็ว