กัน?
เจ้าหน้าที่คนนั้นพลันคิดถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา จากนั้นคิดขึ้นมาได้ว่าทางวัดไท่ฉางมีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า หรือการลอบสังหารครั้งนี้จะถูกล่วงรู้แต่แรกแล้ว?
“เหตุใดพวกเจ้าจึงรู้ว่าข้าเป็นใคร!”
เขามองลู่กั๋วกงพลางถาม
ลู่กั๋วกงมิได้ตอบคำถามนี้ หากแต่กล่าวว่า “ข้านึกว่าพวกเจ้าจะหาโอกาสลงมือข้างนอก คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะเลือกลงมือที่วัดไท่ฉาง หรือพวกเจ้าไม่รู้ว่าที่นี่ไม่มีใครฆ่าข้าได้?”
เจ้าหน้าที่คนนั้นตกตะลึง ไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้
ลู่กั๋วกงกล่าวต่อว่า “เจ้าเป็นแค่มือสังหาร ย่อมไม่รู้ว่าเหตุใดปู้เหล่าหลินจึงต้องการสังหารข้า แต่ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของปู้เหล่าหลินกับเผ่าหมิงอย่างแน่นอน เช่นนั้นในวันเวลาอันยาวนานหลังจากนี้ก็ทบทวนตัวเองอยู่ด้านล่างนั้นแล้วกัน”
เมื่อคิดถึงความมืดที่อยู่ด้านล่างวัดไท่ฉาง สีหน้าของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด สายตาดูโกรธแค้นและสิ้นหวังเป็นอย่างมาก
เขาย่อมต้องการฆ่าตัวตาย เพียงแต่เรื่องราวในวันนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่มีโอกาสให้เขาได้ฆ่าตัวตายเลย ในเวลานี้เขาได้สูญเสียความเป็นไปได้ทุกอย่างไปแล้ว
ลู่กั๋วกงมองดูนักฆ่าถูกลากตัวออกไป เขายื่นมือออกไปยกถ้วยชา กลับเจอแต่ความว่างเปล่า จึงยิ้มเยาะตัวเองแล้วกล่าวถามว่า “ยังมีอีกไหม?”
“ทางนี้ไม่มีแล้ว”
ชายรูปร่างอ้วนคนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มคน บนตัวสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่