องนี้ แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจ เหตุใดฝ่าบาทถึงต้องส่งกระบี่พรหมจรรย์ออกไปด้วย
……
……
บนยอดเขาเสินม่อ
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ตอนนั้นข้าเคยบอกแล้ว ฝ่าบาททรงฉวยโอกาสตามน้ำ หากทางทะเลตะวันตกเป็นผู้สืบทอดของตาแก่ที่อยู่ในทะเลทางใต้จริงๆ เขาจะต้องเอากระบี่พรหมจรรย์กลับมาแน่ แรงกดดันก็จะตกมาที่ชิงซานผ่านทางเจ้า ต่อให้ชิงซานอยากจะอดทนต่อทะเลตะวันตกไปอีกสักหลายปี ถึงตอนนั้นก็คงได้แต่ต้องเปิดศึกก่อนเท่านั้น”
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกคาดไม่ถึง กล่าวว่า “ข้านึกว่าความสัมพันธ์ของฝ่าบาทและสำนักชิงซานนั้นไม่เลวเสียอีก คิดไม่ถึงว่าพระองค์ทรงใช้ประโยชน์จากพวกเรา”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “หากข้าอยู่ พระองค์จะต้องมองชิงซานอีกแบบหนึ่งแน่ แต่ในตอนนั้นข้าอยู่ในที่ราบหิมะ พระองค์น่าจะไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “แต่ไม่มีใครคิดถึงว่าข้าจะเอากระบี่ให้สือซุ่ย”
จิ๋งจิ่วรับเอาชาที่กู้ชิงส่งมาให้ พลางกล่าวว่า “การทำอะไรไปโดยไม่คิดทำให้หลายๆ คนต่างไม่เข้าใจ โชคของเจ้าถือว่าดีอย่างมาก”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “สิ่งที่เจ้าควรกังวลในเวลานี้คือโชคของเขาจะเป็นอย่างไร”
กู้ชิงกับหยวนฉวี่ฟังอยู่ด้านข้าง รู้ว่าพวกเขากำลังพูดถึงหลิ่วสือซุ่ย
จิ๋งจิ่วกล่าว “แค่การเล่นพ่อแม่ลูก กลับทำเอาทั้งแผ่นดินสั่นสะเทือน โชคของเขาไม่รู้เป็นอย่างไร แต่ท่าทีเขาดูไม่เลวเลยทีเดียว”
เจ้าล่าเยวี่ยและอีกสองคนฟังออกว่าอารมณ์ของเขา