งโยนผลไม้ในมือทิ้งไป จากนั้นลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “ต่อให้ข้าอยากฆ่าเขาก็ไม่ต้องให้เจ้าลงมือ”
……
……
ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ฝนตกบ่อยครั้ง
ฝนฤดูใบไม้ผลิของเมืองเจาเกอครั้งนี้ตกมาแล้วหนึ่งวันหนึ่งคืน ดูทีท่าแล้วยังคงจะตกต่อไป
ฝนตกไม่แรง แต่ตกเปาะๆ แปะๆ ค่อนข้างน่ารำคาญ โดยเฉพาะหลังจากพื้นหินที่เรียบลื่นเปียกชื้น ทำให้คนลื่นล้มได้ง่าย
ชายหลังคาสีดำของวัดไท่ฉางดูคล้ายเขามังกรฉางหลงเมื่ออยู่ในสายฝน ราวกับมีดวงตากำลังจ้องมองดูผู้คนที่กำลังหลบฝนอยู่บนถนน มองดูเด็กที่ลื่นล้ม คล้ายว่ากำลังมองดูเรื่องน่าขายหน้าของใครอยู่
ในบ้านที่อยู่ห่างจากวัดไท่ฉางไม่ไกล ตระกูลจิ๋งกำลังกินข้าวกันอยู่
จิ๋งซางกับบิดา และภรรยากำลังหารือกันเรื่องที่ลูกจะเข้าไปเรียนหนังสือในอำเภอ จากนั้นก็พูดเรื่องการแต่งงานของลูก
เด็กที่ตอนนั้นยังเดินเตาะแตะๆ ขอให้จิ๋งจิ่วอุ้มคนนั้น ตอนนี้อายุสิบเอ็ดสิบสองปีแล้ว กำลังก้มหน้ากินข้าว ดูน่ารักน่าชัง
เรือนของกั๋วกงอยู่ไม่ไกลจากเรือนตระกูลจิ๋ง สายฝนตกกระทบที่หน้าต่างเบาๆ ทำให้ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิในสวนดูไม่ชัดเจน
แสงแดดกระจายตัว ทำให้ขวดหรู่เหยาที่อยู่บนชั้นใบนั้นยิ่งดูงดงาม
ลู่กั๋วกงดึงสายตากลับมาจากขวดใบนั้น ก่อนจะมองไปทางลูกชายของตนแล้วกล่าวว่า “หลายวันมานี้อาจจะมีเรื่องบางเรื่องเกิดขึ้น เจ้าอย่าออกไปจากบ้าน”
ลู่หมิงผู้เป็นบุตรชายถามอย่างสงสัย “ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ”
ลู่กั๋วกงนิ่