ะไร?”
“น่าจะล่วงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายสำนักเมื่อหลายวันก่อน พวกเขาจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อบอกว่าธรรมะกับอธรรมมิอาจอยู่ร่วมกันได้ นายน้อยท่านต้องค่อยๆ ทำความเคยชินกับสถานการณ์แบบนี้”
เกาหยามองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มพลางกล่าว ในดวงตาแฝงเอาไว้ด้วยสายตาเยาะเย้ย
เจ้าก็เป็นแค่หุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ จะคิดเรื่องพวกนี้ทำอะไร หรือคิดจริงๆ ว่าตัวเองเป็นนายของสำนักเสวียนอิน?
ชายหนุ่มหมุนตัว ที่แท้เขาคือหวังเสี่ยวหมิง บุตรบุญธรรมของซือเฟิงเฉิน
ไม่รู้ตอนนั้นหลังจากเมืองเจาเกอมา เขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ถึงได้ฝึกวิชามารจนสำเร็จ แล้วยังกลายเป็นนายน้อยของสำนักเสวียนอิน
เขามองไม่เห็นสายตาเยาะเย้ยที่อยู่ในดวงตาของเกาหยาเมื่อครู่นี้ แต่นี่มิได้ส่งผลกระทบต่อความคิดหนึ่งของเขา ‘คนผู้นี้ควรฆ่าทิ้ง’
จากนั้นเขามองไปยังซูชีเกอผู้เป็นเจ้าสำนักเสวียนอินที่นอนอยู่บนตั่ง ในใจครุ่นคิดว่าคนผู้นี้จะฆ่าหรือไม่ฆ่าดีนะ?
……
……
เหล่าพรรคมารที่อยู่ในเขาเหลิ่งซานต่างรับรู้ได้ถึงการมาของเหอเว่ยเจ้าสำนักคุนหลุนและนักพรตไป๋แห่งสำนักจงโจว
พวกเขาไม่รู้ว่าเหตุใดยอดคนแห่งฝ่ายธรรมะสองคนนี้จึงมาที่นี่ และคิดจะทำอะไร ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาสิ่งที่เรียกว่าความหวาดกลัวมันก็ไม่เคยต้องการเหตุผลอยู่แล้ว
สำนักที่มีข่ายพลังของสำนักก็เพิ่มระดับความแข็งแกร่งของข่ายพลัง ผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักที่ไม่มีข่ายพลังก็รีบหนีลงไปใต้ดิน
สาวกของสำนักเสวี่ยหมั