แสงดาวตกกระทบลงไปบนทะเลเมฆ เห็นๆ อยู่ว่าเป็นเวลากลางคืน แต่กลับสว่างเสียยิ่งกว่าเวลากลางวัน เหมือนดั่งหิมะ
หมู่ดาวที่กระจัดกระจายเต็มทองฟ้าคล้ายดั่งดวงอาทิตย์ที่อ่อนแรงจำนวนนับไม่ถ้วน แผ่นหินมิได้มีเงา เงาที่ปลอกกระบี่ทิ้งไว้บนแผ่นหินก็ดูเลือนลาง
หยวนกุยลืมตา อ้าปากเล็กน้อย แสงดาวที่ไร้รูปลักษณ์ค่อยๆ ไหลเข้าไปในปากมันอย่างช้าๆ
นักพรตเจ้าสำนักยืนอยู่ริมผา มองดูทะเลเมฆที่อยู่เบื้องล่างพลางกล่าววาจา คล้ายกำลังพูดกับตัวเอง
“คนหนุ่มสาวมักจะมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลกอยู่บ่อยๆ อาจจะดูไร้เดียงสา แต่ก็น่าพึงพอใจ”
“ท่านย่อมไม่มีทางสนับสนุน แต่ข้ามิได้คิดเช่นนี้ เพราะพวกเขามิใช่พวกเรา”
“เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้เหมือนพวกเขาจะก่อเรื่องจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปหน่อย”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ก็คงต้องฝากท่านด้วย จำได้ว่าท่านมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ทางนั้น”
……
……
บนยอดเขาเสินม่อ แสงดาวเป็นสีขาวเหมือนดั่งหิมะเช่นกัน
“ข้าให้อาต้าไปบอกเจ้าแล้วว่าข้าคัดค้านเรื่องนี้ เจ้ามิได้สนใจ แต่ตอนนี้กลับมาไหว้วานข้า?”
จิ๋งจิ่วยืนอยู่ริมผา มองดูทะเลเมฆที่หลั่งไหลเหมือนดั่งน้ำตกอย่างเงียบๆ อยู่ครู่ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “เจ้ารู้เรื่องความสัมพันธ์ของเจ้าเด็กนั่นกับข้า ให้เขามีชีวิตต่อ”
นี่คือการแลกเปลี่ยนเงื่อนไข?
จิ๋งจิ่วออกมาจากริมผา
กู้ชิงเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ในกระท่อมหลังเล็กภายในป่า