ารนี้ใครเป็นคนคิด?”
หม่าหวาที่นั่งอยู่ในมุมมืดยกมือขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าอันเย็นยะเยือกของศิษย์พี่สอง เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร รีบกล่าวอธิบายว่า “สหายถงเหยียนเสนอแผนการเอาไว้ล่วงหน้ายี่สิบเจ็ดแผน สถานการณ์ในตอนนั้นมันประจวบเหมาะพอดี ยิ่งไปกว่านั้นหลิ่วสือซุ่ยเป็นคนเสนอตัวที่จะทำเรื่องนี้เอง พวกเรามิได้บังคับเขาเลย”
กั้วหนานซานพยักหน้า จากนั้นพูดต่อว่า “เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นไปตามที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้ ศิษย์น้องหลิ่วถูกตัดเส้นลมปราณ หลังถูกขับออกจากสำนักได้ไม่ถึงปีก็ถูกคนของปู้เหล่าหลินพาตัวไป ก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น ทุกอย่างล้วนดำเนินไปอย่างราบรื่น เชื่อว่าผ่านไปอีกยี่สิบปี เขาจะต้องได้สัมผัสกับรายชื่อที่สำคัญที่สุดอย่างแน่นอน”
โหยวซือลั่วขมวดคิ้วกล่าวว่า “อย่างนั้นทำไมภายหลังถึงเกิดเรื่องนั้นขึ้นได้?”
“พวกเราเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดศิษย์น้องหลิ่วถึงได้ไปเข้ากับปู้เหล่าหลินจริงๆ และทำเรื่องที่ชั่วช้าแบบนี้ออกมาได้”
กั้วหนานซานนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นความผิดข้าเอง ต่อไปข้าจะฆ่าเขาด้วยมือของข้าเอง”
……
……
ในส่วนลึกของลานเมฆ บนหน้าผาที่หันหน้าเข้าหาทะเลแห่งหนึ่ง ที่นี่ไม่มีทางถูกใครมองเห็น
หลิ่วสือซุ่ยยืนอยู่บนหน้าผา มองดูท้องทะเลที่อยู่ภายใต้แสงดาว สีหน้าเรียบเฉย
เขาได้ยินชื่อปู้เหล่าหลินครั้งแรกคือตอนที่อยู่ริมธารสี่เจี้ยน
ในเวลานั้นเขาเพิ่งจะ