เหอจานยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ในมือไม่มีเหยื่อที่ล่ามา แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะจุดกองไฟด้วย
“กระทั่งคำขอสุดท้ายของคนใกล้ตายก็ยังไม่ยอมทำให้ ช่างโหดร้ายนัก”
ซูจึเย่มองเขาพลางกล่าวอย่างจริงจัง
เหอจานผายมือทั้งสองข้างออก กล่าวว่า “หนึ่งคือข่าวดี อีกหนึ่งคือ…”
ซูจึเย่กล่าว “ข่าวร้าย”
เหอจานกล่าวว่า “ข่าวร้ายก็คือไม่มีเนื้อ ข่าวดีก็คือข้าเจอคนรู้จักในละแวกนี้พอดี”
ในป่าที่รกร้างเช่นนี้ กลับได้เจอคนรู้จัก ย่อมไม่มีใครเชื่อแน่นอน
ซูจึเย่ถอนใจพลางกล่าว “ในเวลาแบบนี้เจ้ายังยินดีคุยเป็นเพื่อนข้า นับตั้งแต่ตอนนั้น ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้ากำลังรอคนอยู่
เหอเจอกล่าวอย่างรู้สึกผิด “หากให้เจ้ารู้ ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่ยอมรับ”
“ข้าเป็นคนของพรรคมาร มิใช่ตาแก่ของเรือนอี้เหมาที่ไม่ยอมกินข้าวของศัตรู”
ซูจึเย่กล่าวว่า “ให้เขาออกมาเถอะ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าเพื่อนของเจ้าคนนี้เป็นใคร”
มีคนก้าวออกมาจากด้านหลังต้นไม้ อายุน่าจะมิใช่น้อยแต่ใบหน้ากลับอ่อนเยาว์ คล้ายกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง
ในการประลองหมากล้อมของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งนั้น เหอจานใช้ปลาย่างแค่เพียงตัวเดียวก็เกือบทำให้เต๋อเซ่อเซ่อเปลี่ยนฝั่งได้มาได้แล้ว
คนอย่างเขา ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตจะต้องมีเพื่อนอยู่มากมายอย่างแน่นอน
เพื่อนเองก็แบ่งเป็นหลายประเภท
สำหรับเหอจานแล้ว สิ่งที่โชคดีก็คือเพื่อนสองคนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาล้วนแต่เป็นเพื่อนที่แท้จริงของเขา
ที่น่าสนใจก