็คือเพื่อนสองคนนี้ของเขาไม่เพียงแต่จะไม่รู้จักกัน แต่หากว่ากันตามฝักตามฝ่ายแล้ว ทั้งสองน่าจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน
หากเป็นเมื่อก่อน เหอจานไม่มีทางที่จะให้พวกเขาทั้งสองคนพบหน้ากันแน่ แต่สถานการณ์ในวันนี้มีความพิเศษ
นอกจากถงเหยียนแล้ว เขาก็ไม่รู้จะเชื่อใจใครได้อีก
……
……
“ทำไมหน้าเจ้าถึงเป็นสีเขียว?”
นี่คือคำพูดประโยคแรกของถงเหยียน
“พ่อข้าปลูกหน่อมารลงในร่างกายของแม่ข้า สุดท้ายรักษาหน่อมารเอาไว้ได้ แต่แม่ข้าตาย”
ซูจึเย่กล่าวว่า “ข้าก็คือหน่อมารนั้น มีพิษคนตายแต่กำเนิด ดังนั้นทั่วทั้งร่างจึงเป็นสีเขียว”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย อธิบายอย่างรวบรัด
ภายในป่ากลับเหมือนว่าตกอยู่ในเวลากลางคืนอันแสนมืดมิด
ลมบนภูเขาหนาวเย็นเสียดกระดูก
ถงเหยียนนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะมองดูใบหน้าของเขาพลางกล่าวถามว่า “ทำไมถึงกลายเป็นสีม่วงแล้ว?”
ซูจึเย่กล่าว “พิษดอกเจดีย์คนตายที่อยู่ในร่างกายข้าปะปนกับพิษคนตายที่มีมาแต่เกิด ดังนั้นสีของร่างกายข้าจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย”
ถงเหยียนกล่าว “เจ้าทนได้นานเท่าไร?”
ซูจึเย่กล่าว “ใบงาม้อนก็มิได้ดูแย่ หากใช้โถดองผักของอี้โจวดองเอาไว้สามวัน แล้วเอามากินกับข้าวเปล่า รสชาติจะหอมอย่างมาก”
ถงเหยียนกล่าว “เรือนเป่าทงไม่มีเนื้อ แต่มีข้าว หากข้าออกหน้า ข้าวเปล่าก็น่าจะมีให้”
ซูจึเย่นิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “หากเจ้าตกลงให้ข้าออกเงินค่าข้าวล่ะก็”
ถงเหยียนกล่าว “แน่นอน แต่ตอนนี้เจ้าไม่มีเงิ