“เจ้าน่าจะจำงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในปีนั้นได้”
กั้วหนานซานมองโหยวซือลั่วพลางกล่าว “พวกเราศิษย์หนุ่มสาวนั่งอยู่ริมทะเลสาบดารา ล้อมรอบกองไฟพูดคุยกันทั้งคืน
โหยวซือลั่วคิดถึงค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสุราและอุดมการณ์ บนใบหน้ามีรอยยิ้มปรากฏ จากนั้นเมื่อคิดถึงว่าสหายลั่วไหวหนานได้ตายไปแล้ว รอยยิ้มพลันหายไป
งานประลองวิถีพรตในครั้งนั้นเป็นไปอย่างดุเดือด สู้กันจนถึงช่วงสุดท้ายกว่าจะตัดสินแพ้ชนะได้
สำนักชิงซาน สำนักจงโจว สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย สำนักต้าเจ๋อ เหล่าศิษย์หนุ่มสาวของสำนักต่างๆ นั่งพักผ่อนอยู่ริมทะเลสาบ
ตอนนั้นมิรู้ใครย่างแพะขึ้นมาตัวหนึ่ง และเอาไหสุราออกมาไหหนึ่ง
ไหสุราไหนั้นเป็นของวิเศษ สุราในไหไม่ว่าดื่มอย่างไรก็ไม่มีวันหมด
อาจเป็นเพราะเหนื่อยล้า และอาจเป็นเพราะมิตรภาพที่เกิดขึ้นในการต่อสู้ การแบ่งแยกและความเป็นปรปักษ์ระหว่างสำนักได้ถูกพวกเขาลืมเลือนไป
พวกเขาเริ่มกินเนื้อ เริ่มดื่มสุรา ไม่มีการโคจรปราณก่อกำเนิด ดังนั้นเพียงไม่นานก็เริ่มเมามาย กล่าวคำพูดบางอย่างที่จริงใจออกมา
นับแต่คืนนั้นเป็นต้นมา พวกเขาเหล่าศิษย์หนุ่มสาวก็มีอุดมการณ์ร่วมกัน นั่นก็คือการนำโลกแห่งการบำเพ็ญพรตและเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดต่อสู้เพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม
เพื่ออุดมการณ์อันนี้ พวกเขาบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบาก แสวงหาแนวร่วมมากขึ้น จนกระทั่งตอนนี้มีสมาชิกเยอะขึ้นเรื่อยๆ
โหยวซือลั่วกล่าวทอดถอนใจว่า “คิดไม่ถึงว