ด้านล่างยอดเขาซื่อเยวี่ย ด้านหน้าตำหนักใหญ่ รอบแท่นหินมีต้นสนปลูกไว้จำนวนนับไม่ถ้วน
ลมหนาวพัดมา หิมะบนต้นไม้ร่วงตกลงมา ส่งเสียงซ่าๆ ราวกับมีหิมะตกลงมาอีกครั้ง
หิมะที่ทับถมอยู่บนแท่นหินถูกผู้ดูแลกวาดออกไปไว้ด้านข้าง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา มันค่อยๆ ละลายลงอย่างช้าๆ ทว่ากลับทำให้อุณหภูมิในบริเวณนั้นลดต่ำลงกว่าเดิม
สายตาของถงหลูเย็นยะเยือก มองดูศิษย์ชิงซานสองสามคนที่อยู่ตรงหน้าพลางกล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าจิ๋งจิ่วจะไม่กล้ารับคำท้า นี่ไม่เหมือนนิสัยของสำนักชิงซานเลย”
ครั้งนี้สำนักกระบี่ซีไห่มาเยือนด้วยเรื่องงานเลี้ยงซื่อไห่ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกเขาคิดจะมาเชิญคนสำคัญของสำนักชิงซานไปร่วมงาน
เรื่องเหล่านั้นย่อมต้องเป็นผู้อาวุโสของสำนักกระบี่ซีไห่และอาจารย์ของยอดเขาซื่อเยวี่ยพูดคุยเจรจากัน ถงหลูประกาศท้าสู้ออกมาตรงๆ จากนั้นก็ถูกยอดเขาเสินม่อปฏิเสธโดยไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย
เยาซงซานกล่าว “หากสหายถงหลูอยากจะสู้จริงๆ ข้าก็อยากลองดู หรือเจ้าจะเลือกพวกเราสักคนก็ได้”
ถงหลูกล่าว “เจ้ามิใช่คู่ต่อสู้ของข้า พวกเจ้าก็เหมือนกัน เหตุใดต้องวุ่นวาย”
หากเป็นเหมือนอย่างที่ผ่านมา คนที่รับผิดชอบต้อนรับถงหลูน่าจะเป็นศิษย์อันดับต้นๆ ของยอดเขาเหลี่ยงว่างอย่างกั้วหนานซานหรือกู้หาน
แต่เนื่องเพราะเรื่องบางเรื่อง พวกเขาจึงถูกทางสำนักลงโทษ มิได้ออกมาจากถ้ำเป็นเวลาสองปีแล้ว
ถงหลูคล้ายเดาได้ว่าเรื