เมื่อเห็นภาพนี้ กู้ชิงและเด็กหนุ่มแซ่หยวนสบตากัน ภายในใจครุ่นคิดว่าตัวเองกังวลเกินไปจริงๆ
จิ๋งจิ่วไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวว่า “เล่าให้นางฟัง”
กู้ชิงเข้าใจความหมายของเขา จึงรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ราบหิมะให้ฟัง รวมไปถึงเรื่องที่จิ๋งจิ่วถูกลั่วไหวหนานลอบทำร้าย การใช้ชีวิตอย่างยากลำบากภายในถ้ำหิมะ และหลังจากออกมาได้แล้วจิ๋งจิ่วพูดกับคนอื่นอย่างไร คำถามของฟางจิ่งเทียน กระทั่งเรื่องของถงหลูก็เล่าออกมาจนหมด
เพียงแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ไป๋เจ่ามาหาจิ๋งจิ่วที่เรือนพำนักของชิงซานเมื่อวันก่อน
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้เหลียวหน้ากลับมา กล่าวว่า “เหตุใดไม่บอกพวกเขาว่าเรื่องที่ลั่วไหวหนานเล่ามาล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก? ต่อให้ไม่มีผลอะไรกับพวกเรา แต่หลิ่อสือซุ่ยก็น่าจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นหน่อย”
“ข้ากับไป๋เจ่ายังมีชีวิตอยู่ โทษของลั่วไหวหนานก็ไม่ถึงกับต้องตาย การที่พวกเจ้าฆ่าเขามันจะกลายเป็นว่ามีปัญหา โดยเฉพาะหลิ่วสือซุ่ย”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ยังมีอีกจุดหนึ่งก็คือเรื่องที่สือซุ่ยทำอยู่ตอนนี้ เขาอาจจะจำเป็นต้องทำให้ตัวเองมีความผิดมากขึ้นอีกหน่อยก็เป็นได้”
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้กล่าวกระไรอีก กู้ชิงเองก็สงบนิ่ง มีเพียงเด็กหนุ่มแซ่หยวนที่ไม่ค่อยสบายใจ
เขาประเดี๋ยวก็มองดูเมฆบนท้องฟ้า ประเดี๋ยวก็มองดูป่าที่อยู่เบื้องล่างหน้าผา สุดท้ายได้แต่ตั้งใจฟังเสียงร้องของวานรที่อยู่ในป่า