เด็กหนุ่มแซ่หยวนได้ยินเช่นนี้จึงตกตะลึงเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าคำพูดประโยคนี้ของอาจารย์อาคล้ายจะมีความหมายลึกซึ้ง จึงลุกขึ้นคารวะอย่างตั้งใจ ขอบคุณอาจารย์ที่ตั้งชื่อให้
นับแต่นี้เป็นต้นไป เขาจะมีชื่อใหม่ —- หยวนฉวี่
“เอ๋ ทำไมตัวแดงล่ะ?”
กู้ชิงกล่าวอย่างตกใจ
หยวนฉวี่มองดูด้วงหิมะที่ชื่อว่า ‘จักจั่นเหมันต์’ ที่อยู่ในมือตัวนั้น พบว่าขอบเปลือกของมันกลายเป็นสีแดงส้ม คล้ายกุ้งและปูที่ถูกโยนลงไปในน้ำเดือด จึงรู้สึกตกใจเช่นเดียวกัน
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ที่นี่ร้อนเกินไป”
ลมบนยอดเขาเย็นสบาย ยังไงก็ไม่ถึงกับร้อน ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ร้อนกว่าที่ราบหิมะ ก็คงไม่ถึงกับถูกลวกจนสุกหรอกกระมัง?
หยวนฉวี่คิดในใจว่าอย่างนั้นจะทำอย่างไร จึงถามออกไปว่า “แล้วควรจะเลี้ยงอย่างไรขอรับ?”
“ในถ้ำมีตั่งหยกเหมันต์อยู่ตัวหนึ่ง ไปทำรังให้มันที่นั่น”
เจ้าล่าเยวี่ยสั่งกำชับโดยมิได้หันหน้ากลับมา “กู้ชิงไปสั่งพวกวานรหน่อยว่าถ้าเกิดเจอเจ้านี่ก็ให้หลบไปไกลหน่อย จะได้ไม่ถูกพิษเข้า”
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “ไปขอเยื่อน้ำแข็งจากยอดเขาซื่อเยวี่ยมาหน่อย ขวดนึงน่าจะใช้ได้เดือนนึง”
หยวนฉวี่คิดคำนวณ ในใจครุ่นคิดว่าถ้าเลี้ยงแบบนี้ เจ้า ‘จักจั่นเหมันต์’ ตัวนี้ก็ช่างล้ำค่าจริงๆ
กู้ชิงกับเขาออกไปจัดการเรื่องเหล่านี้ ริมผาเหลือเพียงจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยเพียงสองคน
“ตอนนั้นทำไมถึงออกมาไม่ได้?”
เจ้าล่าเยวี่ยถาม