วะไหน?”
คนที่กล่าวถามคือฟางจิ่งเทียน
จิ๋งจิ่วมองเขา กล่าวว่า “มิประจักษ์ขั้นกลาง”
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ครุ่นคิดว่าเป็นอย่างที่คิดจริงด้วย พวกเขายิ่งรู้สึกเสียดาย
“รีบไปพักผ่อนก่อนเถอะ หนทางแห่งการบำเพ็ญเพียรไร้ที่สิ้นสุด ช้าไปหกปีไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร”
เหอกั๋วกงตบไหล่จิ๋งจิ่วเพื่อปลอบโยน
จิ๋งจิ่วมองมือที่อยู่วางอยู่บนหัวไหล่ รู้สึกมิค่อยชิน แต่ก็มิได้กล่าวกระไร
……
……
บนทุ่งกว้างนอกเมืองไป๋เฉิง
ภายในเรือนพำนัก
จิ๋งจิ่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มองดูกู้ชิงและเด็กหนุ่มแซ่หยวนที่อยู่ตรงหน้าพลางกล่าวถามว่า “ระหว่างทางฟางจิ่งเทียนมีอะไรผิดปกติไหม?”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนไม่ค่อยสบายใจ ในใจครุ่นคิดว่าต่อให้อาจารย์อาจะเป็นศิษย์สืบทอดของปรมาจารย์อาจิ่งหยาง ความอาวุโสเทียบเท่ากับอีกฝ่าย แต่การเรียกชื่อของเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลออกมาตรงๆ มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร หากศิษย์ร่วมสำนักที่อยู่เรือนด้านหน้ามาได้ยินเข้าจะทำอย่างไร?
กู้ชิงมิได้กังวลเรื่องเหล่านี้ เขากล่าวตรงๆ ว่า “ความรู้สึกที่ข้ามีต่ออาจารย์ลุงฟางก็มิค่อยดีเท่าไร แต่เขาไม่มีอะไรผิดปกติขอรับ”
…………………………..