ำนวนนับไม่ถ้วน เส้นไหมเหล่านั้นดูงดงาม กระทั่งใช้จิตจำแนกตรวจสอบดูก็ยังไม่รู้ว่าทำมาจากอะไร
เมื่อมองลอดผ่านเส้นไหมเส้นเล็กๆ เหล่านั้นไป ก็คล้ายจะมองเห็นร่างของคนผู้หนึ่งอยู่ในรังไหม สองเท้านั่งขัดสมาธิ คล้ายกำลังปรับลมปราณ
ยังจะเป็นใครได้อีก?
ร่างที่อยู่ในรังไหมย่อมต้องเป็นไป๋เจ่าที่ศิษย์สำนักจงโจวกำลังค้นหาอย่างยากลำบาก
สภาพของไป๋เจ่าในเวลานี้ดูแปลกอย่างเห็นได้ชัด คล้ายว่านางกำลังฝึกวิชาอะไรบางอย่างอยู่ เซี่ยงหว่านซูและศิษย์สำนักจงโจวคนอื่นๆ ย่อมมิกล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วก็ยิ่งไม่กล้าใช้อาวุธวิเศษ พวกเขาได้ให้ศิษย์คนหนึ่งลองใช้กระสวยตัดทองตัดเส้นไหมดูว่าจะสามารถตัดได้หรือเปล่า
คิดไม่ถึงว่าเส้นไหมที่ดูงดงามเหล่านั้นกลับไม่ขาดเลยแม้แต่เส้นเดียว แต่พื้นผิวของกระสวยตัดทองกลับมีรอยแตก เสียงอุทานตกใจดังขึ้นมาอีกครั้ง
ศิษย์สำนักจงโจวมองไปทางจิ๋งจิ่ว
มีเขาเพียงคนเดียวที่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่เป็นไร อีกสองวันก็ออกมาได้แล้ว”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เซี่ยงหว่านซูและศิษย์จงโจวคนอื่นๆ จึงรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ พวกเขารีบแจ้งข่าวกลับไปยังเมืองไป๋เฉิง ขณะเดียวกันก็เริ่มวางข่ายพลังเอาไว้ด้านนอกถ้ำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการป้องกัน
ศิษย์สำนักจงโจงอธิบายสถานการณ์ในเวลานี้ให้ผู้บำเพ็ญพรตของสำนักอื่นฟังคร่าวๆ ก่อนจะกล่าวขอบคุณพวกเขาอีกครั้ง ขอให้