หรือไม่กลัวใจแห่งเต๋าจะได้รับผลกระทบ?”
กล่าวจบประโยคนี้ ศิษย์สองคนนั้นก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
เด็กหนุ่มแซ่หยวนไม่ค่อยเข้าใจ แล้วก็รู้สึกโมโหเล็กน้อย เขาเตรียมจะกล่าวอะไรออกมา แต่ก็ถูกกู้ชิงห้ามเอาไว้
กู้ชิงกล่าวขอบคุณผู้ดูแลคนนั้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะพาเด็กหนุ่มแซ่หยวนกลับเข้าห้อง
เขาหยิบเพียงใบรายการของขวัญมา อีกประเดี๋ยวย่อมต้องมีคนของเรือนซีซานช่วยขนย้ายของขวัญเหล่านั้นเข้ามา
“ศิษย์พี่สองคนนั้นเขาเป็นอะไร?”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนยังคงรู้สึกโกรธอยู่
กู้ชิงกล่าวว่า “พวกเขาเป็นศิษย์ของยอดเขาซื่อเยวี่ยและยอดเขาปี้หู พอเห็นแบบนั้นก็ย่อมต้องรู้สึกขวางหูขวางตา”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนถามอย่างไม่เข้าใจ “เพราะเหตุใด?”
กู้ชิงกล่าวว่า “ในสายตาของพวกเขา ข้าวของของตระกูลเจ้า เกรงว่าคงเป็นของที่เรือนเป่าซู่ส่งไปให้ เมื่อก่อนเรือนเป่าซู่คอยพึ่งพายอดเขาปี้หู แล้วยังมียอดเขาซื่อเยวี่ยคอยดูแล ผลประโยชน์เหล่านั้นล้วนแต่เป็นพวกเขาที่ได้รับ แต่ตอนนี้ผลประโยชน์เหล่านั้นกลับอยู่ในมือของพวกเรา แล้วจะไม่ให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจได้อย่างไร?”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนตกตะลึง ในใจครุ่นคิดว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ จึงอดกล่าวอย่างกังวลใจขึ้นมาไม่ได้ว่า “อย่างนั้นควรทำอย่างไรถึงจะสลายอคติของอีกฝ่ายไปได้?”
“เหตุใดต้องสลาย?”
กู้ชิงยิ้มขึ้นมา พลางกล่าว “หลายปีก่อนตอนที่อยู่บนยอดเขา ข้าเคยได้ยินคำพูดประโยคหนึ่ง ตอนนั้นข้าไม่สามารถยอมรับ