ป๋เจ่าซึ่งได้ที่หนึ่งในการประลองเขียนพู่กันและจิ๋งจิ่วซึ่งได้ที่หนึ่งในการประลองวิถีพรตไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง มีเพียงเชวี่ยเหนียงและซูขวงที่ได้ที่หนึ่งในการประลองวาดภาพที่ได้รับการประสาทพร
ว่ากันว่าหลังจากบัณฑิตหนุ่มแห่งเรือนอี้เหมาผู้นั้นได้รับการประสาทพรจากฉานจึ เขาก็ตื่นรู้ทันที บรรลุสภาวะสองขั้นติดต่อกัน ส่วนเชวี่ยเหนียงนั้นเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานที่ลึกลับของพรรคจิ้งจง ค่อนข้างเป็นที่คาดหวังของสำนัก
แต่ไม่ว่าอย่างไร สุดท้ายงานชุมนุมเหมยฮุ่ยก็เป็นงานเฉลิมฉลองงานหนึ่งของโลกบำเพ็ญพรต
ภายในสวนดอกเหมยของเมืองเจาเกอมีผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวจำนวนมากมารวมตัวกัน เพียงแต่เป็นเพราะขาดคนบางคนไป งานชุมนุมจึงดูค่อนข้างเงียบเหงา — คนเหล่านั้นก็คือกั้วตง ไป๋เจ่า จิ๋งจิ่วที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ แล้วยังมีลั่วไหวหนานที่ตายไปเมื่อสามปีก่อน ถงเหยียนที่ปีนี้มิได้เข้าร่วมงานชุมนุมและเหล่าศิษย์ที่แข็งแกร่งของยอดเขาเหลี่ยงว่างที่ไม่ได้ปรากฏตัวในงานชุมนุมมาสองครั้งแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเงียบเหงานี้หรือว่าเหตุผลอื่น การประลองสี่รายการแรกของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยจึงค่อนข้างน่าเบื่อ จบลงไปอย่างไม่มีอะไรน่าสนใจ
จนกระทั่งจิตรกรของเรือนซีซานได้เริ่มทำการแขวนผืนภาพใต้ทางเดินในเรือนซีซาน ผู้ที่เข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยถึงได้มั่นใจ ที่แท้ทุกคนต่างก็กำลังรอคอยการประลองวิถีพรตอยู่
มิใช่รอคอยผลการประลองว