ิถีพรต หากแต่เป็นเพราะการประลองวิถีพรตต้องเข้าไปในที่ราบหิมะ
หมอกอันหนาวเหน็บนั้นใกล้จะสลายหายไปแล้ว
……
……
ผืนภาพห้อยจากบนหลังคาลงมาบนพื้น บนภาพได้มีการวาดกิ่งเหมยเอาไว้แล้ว เมื่อเข้าไปดูอย่างละเอียดในระยะใกล้ มันมักจะทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลายเป็นนกตัวหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางกิ่งไม้
กู้ชิงพาเด็กหนุ่มแซ่หยวนมายืนอยู่ด้านหน้า เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องราวคึกคักที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อหกปีก่อน ภายในใจเขาจึงรู้สึกแปลกๆขึ้นมาเล็กน้อย
เสียงพูดคุยภายในเรือนซานซียิ่งดังขึ้นทุกขณะ พวกเขากำลังพูดคุยถึงภาพวาดในปีก่อนนั้น อุทานชื่นชมถึงแนวคิดของเหอจาน ก่อนจะอุทานถึงจิ๋งจิ่วที่แสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมในคืนนั้น
เสียงพูดคุยพลันหายไป เสียงฝีเท้าดังขึ้นมา กู้ชิงและเด็กหนุ่มแซ่หยวนหมุนตัว ก่อนจะมองเห็นคนผู้หนึ่ง
ถงเหลูแห่งสำนักกระบี่ซีไห่ เมื่อเทียบกับงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งที่แล้ว เขาดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเขา สายตาก็ดูสุขุมขึ้นมาก แต่ในตอนที่จ้องมองกู้ชิง สายตานั้นกลับแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกที่เป็นศัตรู
กู้ชิงนิ่งเฉย พลางกล่าวถามว่า “สหายท่านนี้มีเรื่องใด?”
ถงหลูกล่าวเสียงแข็ง “ข้าจะจับตาดูพวกเจ้าเอาไว้ หากข้าเห็นว่าพวกเจ้ามีท่าทีปกป้องเจ้าสารเลวนั่น ข้าไม่มีทางยอมเลิกราแน่”
ในการประลองวิถีพรตครั้งที่แล้ว เขาถูกลั่วไหวหนานช่วยชีวิตเอาไว้ หลังจากนั้นเขาก็มองลั่วไหวหนานเป็นสหายที่ีมีความสนิทมาก